“นายหญิง เหตุใดท่านจึงมอบกุญแจกับสมุดบัญชีให้ไปง่ายๆ เล่าเจ้าคะ?”
ป๋ายซ่าวเทน้ำชาก่อนจะยกมาให้หลินเมิ้งหยา ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความฉงน
หลินเมิ้งหยารับชาไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
“พวกเจ้าไม่คิดหรือว่าพระสนมเต๋อเฟยเปลี่ยนไปมากหลังจากที่กลับมาในคราวนี้?”
หลินเมิ้งหยายกชาขึ้นจิบพลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้
เมื่อวานพระสนมเต๋อเฟยลดทอนบทบาทของนางลงที่หน้าประตูจวน
วันนี้ยังส่งผอจื่อเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงหรูฉินยังถูกเรียกตัวกลับมา ดูเหมือนจะมิใช่ความตั้งใจเพียงชั่วคราว
“ข้าเองก็รู้สึกว่าแปลกเจ้าค่ะ วันนั้นพระสนมเต๋อเฟยกริ้วเป็นอย่างมาก เหตุใดพระองค์จึงให้อภัยนางได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้หรือเจ้าคะ?”
ป๋ายจีเป็นคนละเอียดรอบคอบ จึงไร้ท่าทางโกรธเกรี้ยวดั่งเช่นป๋ายซ่าว
บรรยากาศภายในห้องจึงอึมครึมขึ้นมา
“เจ้าเด็กน้อย ผู้หญิงคนนั้นมาทำไม?”
ผู้คนด้านนอกแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ดังนั้นชิงหูจึงปรากฎตัวออกมา
ทันทีที่โผล่มาเขาก็เอ่ยถามถึงเจียงหรูฉินทันที
ผู้หญิงคนนั้นมักมีความคิดมุ่งร้ายต่อเจ้าเด็กน้อยของเขา หากมิใช่เพราะเจ้าเด็กน้อยสั่งให้ไว้ชีวิตนาง ป่านนี้นางคงไร้ลมหายใจไปนานแล้ว
“ข้าเองก็ไม่รู้ วันนี้ทุกคนอย่าออกไปนอกจวนก็พอ”
หลังจากผ่านช่วงเวลาอันแสนทรมานมานานหลายวัน อันที่จริงหลินเมิ้งหยารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
เช่นนั้นขอนางพักผ่อนสักหน่อยเถิด
“จวนแห่งนี้ม