ผอจื่อมองดูเศษขวดที่แหลกละเอียดบนพื้นก่อนจะจ้องไปยังห้องนั้นเขม็ง
บางที อาจจะแค่บังเอิญ
“เจ้ามัวทำอะไรอยู่ที่นี่? เหตุใดจึงยังไม่รีบย้ายของ?”
พระอาจารย์ไม่ทันเห็นเหตุการณ์ผิดปกติเมื่อครู่ เขาคิดว่าผอจื่อกำลังหลงระเริงจึงทำขวดใบนั้นแตกโดยไม่ทันระวัง
“ไอหยา ดูเจ้าสิ ทำของดีขนาดนี้พังเสียได้ ระวังหน่อย อย่าทำอะไรพังอีก”
พระอาจารย์มองดูเศษขวดบนพื้นด้วยความเสียดาย ก่อนจะหันไปหยิบกระถางต้นบอนไซขึ้นมา
คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เดินมาถึงตำแหน่งที่ผอจื่อยืนอยู่ กระถางของต้นบอนไซจะแตกออกเป็นสี่ห้าส่วน
“นายหญิง กระถางใบนั้นท่านเอามาจากบ้านเดิมของท่าน ราคาน่าจะหลายตำลึงมิใช่หรือเจ้าคะ?”
ภายในห้อง เสียงของป๋ายซ่าวเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“หลายตำลึง? อย่าล้อเล่นน่า คุณชายใหญ่เป็นผู้ซื้อของชิ้นนั้นให้นายหญิงตั้งแต่ตอนที่นายหญิงอายุได้เพียงสามขวบ หากคุณชายใหญ่รู้เข้า มิรู้ว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ”
เสียงอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกของป๋ายจื่อดังขึ้นสำทับ
สิ่งของของนายหญิงที่ถูกวางในห้องของสาวใช้ล้วนมีเรื่องราว
สีหน้าของพระอาจารย์ซีดเผือดทันทีที่ได้รู้ว่ากระถางบอนไซเป็นของติดตัวมาจากบ้านเดิมของพระชายาอวี้
ทุกคนล้วนรู้ดีว่าตระกูลของชายาอวี้เป็นตระกูลนักรบ
ทั้งพ่อและพี่ชายล้วนมีความกล้าหาญชาญชัย
หากเขาถูกสกุลหลินหมายหัวแล้วล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่เทพเจ้าก็คงมิอาจช่วยได้
หน้าผากของพระอาจารย์จึงมีเม็ดเหงื่อผุดพร