าย
เมื่อเห็นว่าผอจื่อและพระอาจารย์กำลังตกที่นั่งลำบาก เหล่าสาวใช้ที่มาช่วยจึงหันไปสบตากัน
พวกนางล้วนเป็นคนนอก เหตุเพราะปกติไม่มีรายได้ ดังนั้นจึงตอบรับมาช่วยหัวหน้าผอจื่อ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงย่างกรายเข้ามาที่ตำหนักแห่งนี้ พวกตนจะทำให้พระชายาต้องขุ่นเคืองพระทัย
“ไม่เป็นไร ใครทำพังก็ให้คนนั้นแลกเปลี่ยนด้วยชีวิต”
น้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาเจือไว้ซึ่งความเย็นชา
แผ่นหลังของผอจื่อและพระอาจารย์ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ทั้งสองสบตากัน ดวงตาทั้งสองคู่เผยให้เห็นความรู้สึกคิดผิด
หากรู้เช่นนี้ พวกเขาคงไม่แตะต้องสิ่งของเหล่านี้
ตอนนี้จะย้ายก็ไม่ได้ จะไม่ย้ายก็ไม่ได้
เหตุเพราะได้พูดออกไปแล้ว จะมานึกเสียใจเอาตอนนี้เกรงว่ารังแต่จะทำให้พระชายาเกลียดชังพวกเขามากยิ่งขึ้น
“พระ…พระอาจารย์ เช่นนั้นพวกเราทำพิธีกันที่นี่เลยเถิด”
ผอจื่อยอมถอยหนึ่งก้าว ทว่าพระรูปนั้นกลับคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
“บางที…พวกเราอาจจะจับแน่นไป ลองดูใหม่เถิด ข้าไม่เชื่อหรอกว่าของพวกนี้จะพังง่ายๆ ไปเสียทั้งหมด”
พระอาจารย์หมุนตัว เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะเลือกเก้าอี้สีแดงตัวหนึ่ง
ของชิ้นนี้รูปร่างแข็งแรง กอดเอาไว้คงไม่เป็นไร
เขาค่อยๆ ยกเก้าอี้ขึ้นมาแล้วเดินไปทางประตู
“เปรี๊ยะ” เสียงไม้แตกดังลั่น จู่ๆ เก้าอี้ก็แตกออกจากกัน
“สวรรค์โปรด”
พระอาจารย์อุทานลั่นด้วยความตกใจ สีหน้าซีดเทา
“เฮ้อ พระชายาอวี้ชอบเก้าอี้ตัวนี้มากเสียด้วยสิ นี่พวก