เจ้ากำลังขับไล่ปีศาจหรือกำลังทำลายข้าวของกันแน่?”
เสียงเอื่อยเฉื่อยของป๋ายจื่อดังออกมาจากภายใน
ผอจื่อและพระอาจารย์ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ดูเหมือนตำหนักแห่งนี้จะแปลกประหลาดจริงๆ
“ทูลพระชายา เมื่อครู่หนู่ปี้มือลื่น พระชายาได้โปรดอภัยด้วยเพคะ”
แม้ผอจื่อจะโง่ แต่นางก็ยังรู้ว่าวันนี้พวกตนไม่อาจหยิบฉวยเอาสิ่งของใดๆ ออกจากตำหนักหลิวซินได้อย่างแน่นอน
นางจึงหันไปยอมรับผิดทางห้องที่พระชายาประทับอยู่แทน
“ตอนนี้รู้ตัวว่าผิดแล้วหรือ? แต่ของของพวกข้าพังไปแล้วนี่ แม้แต่ผ้าห่มของพวกข้าก็ถูกนำออกมาวาง ข้าวของล้วนสกปรกหมดแล้ว ดูท่าพวกเราคงไม่อาจใช้ได้อีกต่อไป”
ป๋ายซ่าวส่งเสียงเย้ยหยัน หน้าผากของผอจื่อจึงมีเหงื่อซึมออกมา
ตอนแรกพระสนมเต๋อเฟยรับสั่งว่าให้เชิญพระอาจารย์มาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายแต่เพียงเท่านั้น
เหตุเพราะเคยเกิดการเสียชีวิตขึ้นที่ตำหนักหลิวซิน ดังนั้นจึงเป็นแหล่งอาศัยของพวกวิญญาณร้าย
แต่เพราะนางคือผอจื่อที่มาจากนอกจวน เพราะความคึกคะนองจึงคิดดูถูกพระชายา
พวกนางยิงธนูพลาดเป้าเสียแล้ว หลินเมิ้งหยาหาใช่คนที่จะยอมถูกเอาเปรียบได้ง่ายๆ
ตอนแรกคิดว่าพวกผอจื่อในจวนจะถูกหลินเมิ้งหยาซื้อใจจนมิอาจใช้งานได้แต่เพียงเท่านั้น
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพระชายาจะร้ายกาจเช่นนี้
“พระชายาเพคะ หนู่ปี้ผิดไปแล้ว ได้โปรดเห็นแก่ความหวังดีที่หนู่ปี้ได้มีให้กับจวนอวี้แล้วปล่อยหนู่ปี้ไปเถิดเจ้าค่ะ”
นานกว่