าเสียงถอนหายใจจะดังขึ้นจากภายใน
ประตูห้องหลักพลันถูกเปิดออก
สาวใช้ทั้งสี่ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน สีหน้าของแต่ละคนเสมือนคนกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
ผอจื่อคนนั้นคุกเข่าลงกับพื้น มิกล้าเงยหน้าขึ้น
“ตำหนักหลิวซินของข้ามีกฎมีเกณฑ์ ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าสิ่งใดที่เป็นของข้า หากคนนอกแตะต้อง ข้าไม่ต้องการมันอีก เจ้าลองไปตรวจสอบดูเถิด ตกลงว่าเจ้าทำสิ่งของชิ้นไหนของข้าเสียหายบ้าง ขอเพียงชดใช้มาก็เพียงพอ เท่านี้ข้าก็ไม่คิดเอาเรื่องเจ้าแล้ว”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเรียบเรื่อยมิได้แสดงท่าทีถือตนข่มท่านแต่อย่างใด
สีหน้าของผอจื่อขาวซีด เคยได้ยินมาว่าสิ่งของในตำหนักหลิวซินล้วนเป็นของดีมีราคาทั้งสิ้น
นางเป็นเพียงผอจื่อระดับสามเท่านั้น นางจะชดใช้หมดได้อย่างไร
สายตาเหลือบมองทางอจื่อระดับสองที่ชายคาตำหนัก ทว่าได้เห็นพวกนางยืนยิ้มสะใจ ไร้ซึ่งความสงสาร
ตั้งสติให้มั่น ถึงอย่างไรคนที่คุ้มกะลาหัวนางอยู่ก็คือพระสนมเต๋อเฟย
คิดได้ดังนั้นนางจึงเอ่ย
“พระชายาอย่าทำให้หนู่ปี้ต้องลำบากเลยเจ้าค่ะ หนู่ปี้ได้รับคำสั่งมาจากพระสนมเต๋อเฟย พระสนมเต๋อเฟยต้องเป็นผู้รับผิดชอบถึงจะถูก”
หลินเมิ้งหยาซึ่งอ่านหนังสืออยู่ด้านหลังสาวใช้เหยียดยิ้มเย็นชา
“ช่างเป็นสาวใช้ที่สมควรตายยิ่งนัก หมู่เฟยของข้าเป็นถึงพระสนมชั้นสูง สิ่งที่พระองค์ให้ความสำคัญที่สุดคือกฎระเบียบ หรือหมู่เฟยของข้าสอนให้เจ้าทำตัวต่ำช้าเช่นนี้? ฮึ ได้สิ หากเจ้าร