เพียรเดาอยู่นานแต่หลินเมิ้งหยาก็ยังไม่ได้คำตอบ
“รบกวนเจ้าแล้ว ขอบใจมาก”
เย่พยักหน้าแล้วเร้นกายหายไปต่อหน้าหลินเมิ้งหยา
แม้จะครุ่นคิดตลอดคืน ทว่าหลินเมิ้งหยายังคิดไม่ออก เหตุใดพระสนมเต๋อเฟยจึงปฏิบัติกับนางเช่นนี้
เช้าวันถัดมา ยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะลุกขึ้นจากเตียง นางพลันได้ยินเสียงโวยวายจากสวนด้านนอก
ราวกับว่าป๋ายซ่าวกำลังสั่งสอนใครบางคน สาวใช้คนนี้มักจะใจร้อนเสมอ
“นายหญิง นายหญิงตื่นแล้วหรือเจ้าคะ? นอนต่ออีกสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ ยังเช้าอยู่เลย”
ป๋ายจีที่สังเกตเห็นว่านางตื่นแล้วรีบแหวกผ้าม่านเดินเข้ามา
แต่ใบหน้าของนางกลับประดับด้วยรอยยิ้มผิดธรรมชาติ
“เกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก?”
ป๋ายจีผงะ สุดท้ายส่ายหน้า ทว่าเมื่อถูกสายตาของหลินเมิ้งหยาจับจ้อง นางทำได้เพียงก้มหน้าลง ก่อนจะส่งเสียงขมขื่น
“ผอจื่อนอกตำหนัก มิรู้ว่าเป็นเพราะเหตุอันใด พวกนางพูดถึงนายหญิงโดยมิให้เกียรติ ป๋ายซูโกรธมากก็เลยทะเลาะกับนางเจ้าค่ะ”
ผอจื่อนอกตำหนัก? ปกติอำนาจของนางแผ่ไพศาลครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกตำหนัก ดังนั้นพวกข้ารับใช้ล้วนเกรงใจนาง
แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดผอจื่อที่ด้านนอกจึงทะเลาะกับป๋ายซ่าว
“พยุงข้าออกไปดู”
แม้ป๋ายซ่าวจะเป็นสาวใจร้อน แต่หาใช่คนที่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล
“นายหญิง ปล่อยไปเถิดเจ้าค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างสาวใช้ พวกนางไม่มีค่าพอให้นายหญิงสนใจหรอกเจ้าค่ะ”
ป๋ายจีรีบร้องห้ามหลินเมิ้งหยาโดยไ