ม่ทันคิด
ดวงตาสั่นไหว หลินเมิ้งหยายิ่งอยากออกไปดูเหตุการณ์ทางด้านนอก
เมื่อเห็นว่าห้ามไม่ได้ ป๋ายจีจึงทำได้เพียงภาวนาให้การทะเลาะวิวาทด้านนอกสงบลงให้เร็วที่สุด
“ฮึ ข้าบอกแล้วว่าจวนอวี้มีกลิ่นอายของปีศาจคละคลุ้งไปทั่ว แม่นางป๋ายซ่าว เจ้ายังเด็กจึงไม่รู้เรื่องนี้ พระอาจารย์ท่านนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ข้าเองก็แค่หวังดีจึงเชิญท่านมาที่นี่ แต่เจ้ากลับขวางทางเอาไว้ ตรองดูเถิดว่าเจ้ากำลังดูหมิ่นน้ำใจกันอยู่หรือไม่?”
เพียงเดินผ่านประตูออกมา หูพลันได้ยินเสียงของผอจื่อที่ไม่รู้จัก
แม้ป๋ายซ่าวจะหันหน้าประชันกับนาง ทว่ามือทั้งสองข้างเหยียดออกขวางประตูเอาไว้ ไม่ยอมถอยหนี
“ปล่อยเจ้าเข้าไปทำเรื่องไร้สาระสิไม่ว่า คนในตำหนักหลิวซินของพวกเราล้วนปฏิบัติตนตามครรลองคลองธรรม ไม่มีภูตผีปีศาจอย่างที่เจ้าว่า อีกอย่าง หากเจ้าโล้นนี่ยังกล้าพูดจาไร้สาระอีก ข้าจะฉีกปากของพวกเจ้าทิ้ง”
ไม่มีใครคาดคิดว่าคำด่าของป๋ายซ่าวจะแสบลึกถึงทรวงใน
เมื่อคำด่าถูกพ่นออกไป ทั้งผอจื่อและพระอาจารย์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“แม่นาง ในเมื่อเจ้าพูดจาไม่มีเยื่อใยเช่นนี้ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ เข้ามา เอาตัวนางคนนี้ออกไป”
ผอจื่อคนนั้นทั้งอายทั้งโกรธ ดังนั้นจึงออกคำสั่ง
หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็น นานมากแล้วที่ไม่มีใครในจวนกล้าเข้ามายุ่งกับนาง
“ใครกล้าเหยียบเข้ามาในตำหนักหลิวซิน จงตัดขาให้หมดแล้วโยนออกไป”
น้ำเสียงเย็นชาเจือ