เดียว
“รับเพคะ แต่หม่อมฉันต้องขอรับเงินล่วงหน้าก่อน”
หัวเราะคิกคัก ยื่นฝ่ามือออกไปเพื่อไม่ให้เสียชื่อหลินเมิ้งหยาจอมโลภ
เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ความเขินอายสักนิดก็ไม่มี
หลงเทียนอวี้มองหญิงสาวที่กำลังแย้มยิ้มอารมณ์ดีตรงหน้า กู่ร้องในหัวใจ
ดูเหมือนพระชายาของเขาจะมิใช่เศรษฐินีธรรมดา
มือยื่นเข้าไปในวงแขน ทว่ากลับไม่มีอะไรให้หยิบออกมา
เขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเงินของตนเองอยู่ในเสื้อคลุมตัวนอก ตอนนี้เขาสวมเพียงชุดประจำวันเท่านั้น
“คือว่า…พรุ่งนี้ค่อยให้ได้หรือไม่? ข้ามิได้เอามา”
เขาแบมือให้เห็นความว่างเปล่าก่อนจะส่งเสียงเชิงลำบากใจ
หลินเมิ้งหยาที่ยังรู้สึกขำกลับแสดงสีหน้าเป็นเชิงขอโทษ
“ขออภัยเพคะ หม่อมฉันไม่รับแปะโป้ง”
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน หลงเทียนอวี้ที่ถูกหลินเมิ้งหยาดันตัวเขาออกมาจ้องมองหญิงสาวที่ปิดประตูลงต่อหน้าต่อตา
เฮ้อ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
พอไม่มีเงินก็ถูกพระชายาของตัวเองไล่ออกจากบ้าน
หัวเราะขมขื่นพลางส่ายหน้า ผู้หญิงคนนี้เห็นเรื่องเงินเป็ฯสำคัญจริงๆ
ขณะที่หลงเทียนอวี้กำลังครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าตนเองควรจะพกเงินหลายร้อยตำลึงติดตัวอยู่นั้น เงาดำของร่างหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นที่ข้างกาย
“นายท่าน มีข่าวจากในวังพ่ะย่ะค่ะ”
ครู่ต่อมา สีหน้าของหลงเทียนอวี้กลับมาเย็นชาดั่งเดิม
สีหน้าไร้ความรู้สึกหันไปทางเย่
“เกิดอะไรขึ้น?”
เย่คุกเข่าอยู่บนพื้น ส่งเสียงเรียบ
“มีข่าวจากในวัง…ท่านน้าจิ่นเยว่เ