เหนียงเหนียงออกมาได้อย่างแน่นอนเพคะ”
สุ้มเสียงแผ่วเบาอ่อนโยนแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น
หัวใจของหลงเทียนอวี้มิเคยสัมผัสถึงความอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน
เขาพลิกมือกลับแล้วกุมมือนุ่มนิ่มคู่นั้นแน่นโดยไม่รู้ตัว
กำแน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิต
“ท่านอ๋อง…”
เสียงหวานใสราวกับหยดน้ำ
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หลินเมิ้งหยาถูกผู้ชายจ้องมองด้วยสายตาร้อนแรง
แก้มนวลทั้งสองข้างเริ่มร้อนผ่าว คนที่ไม่เคยกลัวฟ้าเกรงดินอย่างหลินเมิ้งหยาก้มหน้าลงเพราะความเขินอาย
แปลกชะมัด นางเป็นอะไรไป?
“ข้า…วันนี้นอนที่นี่ได้หรือไม่?”
จู่ๆ น้ำเสียงของหลงเทียนอวี้กดทุ้มต่ำกว่าเดิม
เขาเพียงแค่ไม่อยากอยู่คนเดียว อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีนางอยู่เป็นเพื่อน
พิศดูใบหูของหลินเมิ้งหยาที่กลายเป็นสีแดง หลงเทียนอวี้ยกมือขึ้นเชยคางของนางขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“ได้หรือไม่?”
เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาทำให้คนฟังรู้สึกหัวใจหวีดหวิวมิกล้าปฏิเสธ
หลินเมิ้งหยาจ้องมองดวงตาสีดำคมกริบคู่นั้น นางรู้สึกเหมือนกับคนเมาเหล้า วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
“เพคะ คืนละห้าร้อยยี่สิบตำลึง”
ส่งเสียงอ่อนหวานระคนขวยเขิน แต่กลับทำให้หลินเมิ้งหยาอยากมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนี
สวรรค์โปรด นางจะปฏิเสธเขามิใช่หรือ
เขาชะงักก่อนจะยกยิ้ม
“ได้ แต่น่าเสียดายที่ข้ามิได้พกเหรียญมา รับธนบัตรหรือไม่?”
ผู้หญิงคนนี้ไม่คิดจะขาดทุนเลยใช่หรือไม่
ห้าร้อยยี่สิบอย่างนั้นหรือ? แพงใช้ได้เลยที