ท่านพี่เขียนในจดหมายเอาไว้ว่าแม้กองทัพจะเคลื่อนกำลังพลไปแล้ว แต่ท่านพ่อและท่านพี่ที่เป็นแม่ทัพมิอาจปลีกตัวออกจากค่ายทหารได้ง่ายๆ
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจเบาๆ มีคนบนโลกนี้ไม่มากนักที่ทำให้นางรู้สึกคิดถึง
คนทั้งคู่เป็นสองคนแรกรู้สึกคิดถึงและคะนึงหาอย่างที่สุด
“ในเมื่อวันนี้เยว่ฉีมาเยือน เช่นนั้นเพิ่มกับข้าวอีกสักสองสามอย่างเถิด พวกเจ้ารีบไปสั่งพ่อครัวเดี๋ยวนี้”
ตำหนักหลิวซินเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
หลินเมิ้งหยาเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างใจกว้าง เวลาดีใจนางมักจะแจกจ่ายเงินให้กับทุกคน
สาวใช้แย้มยิ้มกว้างไม่หุบ แม้แต่ผอจื่อทั้งหลายเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
ยิ่งได้มารับใช้ที่นี่ ทรัพย์สินก็ยิ่งเพิ่มพูน
ทั้งเจ้านายและลูกน้องล้วนมีรอยยิ้มแต่งแต้มเต็มหน้า
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ หลินเมิ้งหยาหาโอกาสที่จะไปพบกับพ่อแม่ของป๋ายจี
ทว่าป๋ายจีกลับไม่ยินยอม อีกทั้งเอ่ยว่าต้องให้พ่อแม่ของตนเองเป็นฝ่ายมาหานายหญิง
เมื่อไม่มีทางเลือกหลินเมิ้งหยาจึงทำได้เพียงนั่งจิบชาในห้อง
สกุลเดิมของป๋ายจีคือมู่ ครอบครัวของนางล้วนเป็นคนซื่อสัตย์
ปกติอยู่แต่ในไร่ในสวน ดังนั้นจึงรู้สึกว่าประตูหน้าต่างที่นี่ช่างใหญ่โตยิ่งนัก
เมื่อมาถึงจวนอวี้ พวกเขารู้สึกไม่ต่างอะไรจากการเดินอยู่ในสวนขนาดใหญ่
แมกไม้และก้อนหินที่โรยบนทางเดินทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
ตอนแรกป๋ายจีอยากพาพวกเขาเดินชมจวนอวี้ แต่ทั้งสองก