นับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องขึ้นกับเยว่ถิง เยว่ฉีก็ไร้ซึ่งรอยยิ้ม
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเมิ้งหยา นางจึงฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
กุมมือเยว่ฉี พิศดูสาวน้อยใสซื่อตรงหน้า รูปร่างของนางผอมบางกว่าก่อน หลินเมิ้งหยาอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้
นางเต็มใจอย่างยิ่งที่จะดูแลเยว่ฉี อีกทั้งนางยังคุยกับท่านลุงเยว่เรื่องนี้เอาไว้แล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะกลับไปเผชิญหน้ากับหายนะที่บ้านสกุลเยว่
“สบายดีเจ้าค่ะ ท่านพี่หลินอย่ากังวลเลย ข้ามีท่านเป็นที่พึ่ง นาง…ไม่กล้าทำร้ายข้าหรอก”
เยว่ฉีก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วยกยิ้ม
ทว่าที่แขนเสื้อของนางกลับมีเส้นด้ายหลุดลุ่ยออกมา
ปิ่นปักผมบนศีรษะก็หม่นหมองลงเล็กน้อย
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด บางทีเพื่อไม่ทำให้นางเป็นห่วง เยว่ฉีคงตั้งใจเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่
“จริงสิ ข้ามีของจะให้เจ้า ป๋ายซู เจ้าไปหยิบของที่พี่เยว่ถิงนำมาให้ข้าตอนนั้นมาที”
เยว่ฉีเคยมาอยู่ที่จวนระยะหนึ่ง
แม้นางจะมีฐานะเป็นถึงคุณหนูรองแห่งสกุลเยว่แต่นางก็เป็นเพียงเด็กสาวน่ารักคนหนึ่ง
ดังนั้นจึงเข้ากันได้ดีกับพวกป๋ายซู
ร้องเรียกพี่สาวน้องสาวกันอยู่เป็นนิจ ไร้ซึ่งท่าทางหยิ่งยโสดั่งคุณหนูชนชั้นสูงคนอื่น
ดังนั้นเหล่าสาวใช้จึงล้วนเอ็นดูนาง
ป๋ายซูลอบมองเยว่ฉีและเข้าใจได้ในทันที
นางแอบปาดน้ำตาก่อนจะตอบรับ
“ใช่แล้ว เมื่อหลายวันก่อนนายหญิงยังบ่นอยู่เลยว่าให้เอาไปมอบให้กับคุณหนูรอง บังเอิญเห