ลือเกิน”
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าผากของเยว่ฉี
ทุกคนพยายามแสดงท่าทางเหมือนก่อน
แม้อุปนิสัยของเยว่ฉีจะเปลี่ยนไปหลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา แต่แท้ที่จริงแล้วก้นบึ้งหัวใจของนางยังเป็นเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสาเท่านั้น
นางมองหลินเมิ้งหยาด้วยความฉงน ก่อนจะเอ่ยถาม
“ของ? พี่สาวต้องการมอบอะไรให้ข้าอย่างนั้นหรือ?”
ป๋ายจีรีบพยักหน้พร้อมส่งเสียงอ่อนโยน
“ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ป๋ายซู เจ้ารีบไปหยิบมาเถิด ในเมื่อคุณหนูรองมาแล้ว มิเช่นนั้นป๋ายจื่อจะผอมตายเอาได้ นางเอาแต่บ่นทุกวันว่าพอคุณหนูรองไปแล้วไม่มีใครไปแอบขโมยผลไม้มากินด้วยกันกับนางเลย”
คำพูดของป๋ายจีเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
เยว่ฉีเองก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างจริงใจ ดวงตาคู่นั้นกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง
หลินเมิ้งหยาสบายใจมากขึ้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่คนในจวนของนางล้วนคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“พี่ป๋ายจีอย่าล้อข้าเล่นสิ แต่ข้าก็คิดถึงคุณหนูรองมากจริงๆ ในเมื่อมาแล้วก็มาอยู่ที่นี่สักสองสามวันได้หรือไม่?”
ในบรรดาสาวใช้ทั้งสี่ ป๋ายจื่อซึ่งอายุน้อยที่สุดสนิทสนมกับเยว่ฉีเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสองมักจะรวมหัวกันและส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด
ป๋ายจีส่งสายตาให้กับหลินเมิ้งหยาก่อนที่นางจะค่อยๆ เดินออกไปจากห้อง
ภายในห้องเก็บของเล็กด้านหลังสวน ป๋ายซูหยิบกล่องใบเล็กกล่องหนึ่งมา
เมื่อเห็นหลินเมิ้งหยานางจึงรีบเดินเข้าไปหา
“นายหญิง ข้ากลัวจะทำให้คุณหนูรองสงสัย ข้าจ