เจอกับเรื่องน่ากลัวก็อดไม่ได้ที่จะวิตกกังวลพระสนมเต๋อเฟยเองก็เช่นเดียวกัน สิ่งเดียวที่นางพอจะทำได้คือปกป้องลูกชายและลูกสะใภ้ของตนเอง“หย๋าเอ๋อร์ เมื่อครู่เจ้าออกไปข้างนอก ได้พบเจอใครหรือไม่?”กุมมือหลินเมิ้งหยา ก่อนจะพานางมานั่งยังที่นั่งข้างตนเองพระสนมเต๋อเฟยกระวนกระวายยิ่งนัก หลินเมิ้งหยาออกไปหนึ่งรอบ เมื่อลองคิดดูแล้ว นางเกือบจะตกอยู่อันตรายครุ่นคิด ส่ายหน้า“หม่อมฉันไปนั่งพักอยู่ตำหนักทางด้านข้างเพคะ ป๋ายซูเองก็ไปเป็นเพื่อนหม่อมฉัน แต่มิพบเจอผู้ใด”ทว่า หางตาของพระสนมเต๋อเฟยกลับเหลือบไปเห็นมือที่กำลังซุกอยู่ภายใต้แขนเสื้อของหลินเมิ้งหยาไม่ส่งเสียงใด ๆ ดึงมือข้างนั้นของนางขึ้นมา ก่อนจะแหวกแขนเสื้อออก ทว่า นางกลับได้เห็นมือข้างนั้นถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวร่องรอยของความสงสัยปรากฏขึ้นในหัวใจ มองดูนัยน์ตาของหลินเมิ้งหยา ความสงสัยยิ่งทวีคูณ“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในเขตของวังหลวง ช่วงนี้เหตุการณ์ไม่ปกติเอาเสียเลย”สีหน้าของพระสนมเต๋อเฟยเผยให้เห็นความตื่นตระหนก คราวก่อนเกิดเรื่องของฮูหยินหวังในจวนก็ว่าน่าตกใจแล้วตอนนี้ยังเกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ขึ้นอีก แม้นางจะเคยผ่านร้อนผ่านหนาวหรือกระทั่งห่าพายุมาก่อนยังอดที่จะรู้สึกประหลาดใจและตื่นกลัวไม่ได้“เป็นเช่นหมู่เฟยรับสั่งเพคะ”หลินเมิ้งหยากับพระสนมเต๋อเฟยมิได้แสดงท่าทางดึงดูดความสนใจจากผู้อื่นมีเพียงหลงเทียนหยู๋ท