ัวมากพ่ะย่ะค่ะ พวกเราเดินตามรอยเลือดไปทางเรือนเล็ก ด้านในยังมีอีกศพ แต่ยังดีกว่าศพนี้มากพ่ะย่ะค่ะ”หัวหน้าองครักษ์ตัวสั่นศพในสระน้ำไร้ผิวหนังอีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าตะเกียกตะกายมาจากเรือนเล็กระหว่างทางก้อนหินและผืนหญ้าถูกเลือดสีแดงสดอาบย้อมเป็นทางเมื่อลองนึกดูแล้ว ผู้ตายจะต้องทรมานเป็นอย่างยิ่งแม้แต่ผู้ชายยังเหงื่อออกท่วมตัว“ไป ไปดูศพที่เรือนเล็กก่อน”มองดูท่าทางองครักษ์แล้วไท่จื่อจึงไม่กล้าดูศพนี้เขาหมุนตัวเดินตามองครักษ์ไปทางเรือนเล็ก
“โอ๊ย คัน! คันจะตายอยู่แล้ว! ฆ่าข้า! ฆ่าข้าที!”
หมิงเยว่กรีดร้องพลางเกลือกกลิ้งไปมา“นายหญิง ท่านมิกลัวจะมีคนมาช่วยนางหรือเจ้าคะ?”เมื่อออกจากประตูสีของท้องฟ้ามืดสนิท“ไม่มีใครมาช่วยนางหรอก เพราะพวกเขาอยากให้ข้าตายจึงกันทุกคนออกไปข้างนอก เจ้าลองดูสิ ด้านนอกอย่าว่าแต่องครักษ์เลย แม้แต่เงาคนสักคนยังไม่มี เจ้าคิดหรือว่าจะมีคนมาพบนาง”จนกระทั่งตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเพิ่งเห็นว่าเรือนเล็กของตำหนักฉุนเอินเงียบเหลือเกินหากมิใช่เพราะได้รับคำสั่งของไท่จื่อ องครักษ์จะยอมละทิ้งหน้าที่ตรงนี้อย่างนั้นหรือ?คิดจะเอาชีวิตของนางยังเร็วเกินไป“ถูกต้องเจ้าค่ะ นางสมควรตาย”อยู่กับหลินเมิ้งหยามานาน ป๋ายซูตัวติดกับหลินเมิ้งหยาเสมือนดั่งเงา ใครคิดจะแตะต้องคนของนางจะต้องไม่ตายดีเบื้องหลังได้ยินเสียงหมิงเยว่กรีดร้องอย่างทรมาน“ตาย? ความตายสำหรับนางเป็นสิ่งที่สวยงามเกินไป”มุมปากของหลินเมิ