งการฆ่าเจ้า”มือของป๋ายซูชะงักค้างกลางอากาศหลินเมิ้งหยามองดูคุณหนูหวังรู้สึกลังเลเล็กน้อย“พูดมา ใครต้องการฆ่าข้า?”มองดูตนเอง นางมีโอกาสเอาชีวิตรอดแล้ว คุณหนูหวังเตรียมบอกชื่อผู้อยู่เบื้องหลัง“คนนั้นคือ…อ๊าก…”เลือดสีแดงสดพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศ ป๋ายซูรีบกระโดดหลบ ก่อนจะกลับมายืนข้างกายหลินเมิ้งหยา“เจ้า…เจ้า…”คุณหนูหวังไม่อยากจะเชื่อ มองดูหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาเบิกโพลง ส่งเสียงเจ็บแค้น“แม้แต่แม่ของตัวเองยังฆ่าได้ คนแบบเจ้าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมกัน”
“เหนียงเหนียงอย่าโกรธเลยเพคะ พระชายายังเด็กหากทำผิดก็สั่งสอนนาง โกรธไปก็รังแต่จะเสียสุขภาพเปล่าๆ แต่ถึงอย่างนั้นฮุ่ยเอ๋อร์ก็น่าสงสารยิ่งนัก”
แม้ชายาหลิงหนานจะรู้สึกยินดีแต่มิอาจแสดงออกมาได้ผลปรากฏว่าพระสนมเต๋อเฟยยิ่งโกรธเกรี้ยวมากกว่าเดิมนิ้วเรียวยาวชี้ไปทางหลินเมิ้งหยา ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสั่น“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้”พระสนมกล่าวออกมาด้วยความโกรธ คนที่อยู่บริเวณรอบๆ อดไม่ได้ที่จะเหงื่อตกแทนชายาอวี้หลินเมิ้งหยาคุกเข่าลงทั้งที่รู้สึกไม่อยากทำแต่ถึงกระนั้นก็ยังมิยอมพูดถึงความผิดของตนเอง“เมื่อก่อนเปิ่นกงสอนเจ้าอย่างไร? แต่วันนี้เจ้ากลับใช้อารมณ์โดยไร้เหตุผลแล้วอย่างนี้จะดูแลจวนอวี้ได้อย่างไร”ราวกับพระสนมเต๋อเฟยโกรธจัด นางไม่สนใจสายตาคนรอบข้างก่อนจะดุด่าลูกสะใภ้ของตนเองน้ำตารินไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างหลินเมิ้งหยากัดฟันแน่นไม่ยอมพูดสิ่งใดออกมากลับกันกับซ่าง