“ตลอดหลายปีมานี้ ชายาหลิงหนานข่มขู่ข้าให้ทำงานแทนนางมากมาย ไม่ว่าจะทั้งจวนหลิงหนานหรือในวัง นางสั่งให้ข้าทำหลายเรื่อง”คำพูดของพระสนมเต๋อเฟยแฝงไว้ซึ่งความเย็นชาคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเช่นนางมีหรือจะยอมเป็นหุ่นเชิดของใครง่ายๆดังนั้นงานที่ช่วยทำทั้งหมดจึงเป็นเพียงการรอโอกาสในการเอาคืนเท่านั้น“ที่นางอาละวาดเช่นนั้นก็เพราะนางกุมของบางอย่างของข้าเอาไว้ในกำมือ”ใบหน้าของพระสนมเต๋อเฟยเย็นชาดุจน้ำแข็ง มุมปากเผยรอยยิ้มเยือกเย็น“ฉะนั้นหมู่เฟยจึงต้องจำยอมเพื่อให้ได้มาซึ่งของที่ชายาหลิงหนานครอบครองเอาไว้ใช่หรือไม่เพคะ?”สมองของหลินเมิ้งหยาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองออกว่าพระสนมเต๋อเฟยต้องการจะสื่ออะไร“เจ้าพูดถูกเพียงครึ่งเดียว อันที่จริงของชิ้นนั้น…”คำพูดของพระสนมเต๋อเฟยกลับหยุดลงเพราะเสียงหนึ่งดังขัดขึ้น“พี่เต๋อเฟย เมื่อครู่น้องทำผิดเองท่านอย่าได้โกรธเคืองข้าเลย”ไม่ไกลกันนั้น หลิงหนานพาซ่างกวนฮุ่ยเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ไม่หรอก พวกเราล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งนั้นแต่เพราะช่วงนี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น ดังนั้นจึงพูดจาขึงขังไปสักหน่อยเจ้าอย่าได้ใส่ใจเลย”หลินเมิ้งหยาเพิ่งเข้าใจ คนที่แสดงละครเก่งที่สุดในบ้านคือพระสนมเต๋อเฟยแม่สามีของนางนางลอบมองและเพียงพริบตาเดียว นางกลับกลายเป็นนางเอกผู้เศร้าโศกทุกความรู้สึกที่แสดงออกมาบนใบหน้าล้วนเหมือนจริงหากมิใช่เพราะก่อนหน้านี้นางเพิ่งพูดความจริงกับหลินเมิ้ง