ตมองดูใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า หัวใจเต้นเป็นจังหวะระรัวเขาอุ้มหลินเมิ้งหยาแต่กลับรู้สึกว่าตัวนางเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนักคิ้วขมวดเข้าหากัน ผอมเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพเขาโน้มตัวลงค่อยๆ วางร่างของนางลงบนเตียงจากนั้นจึงถอดรองเท้าให้นางแล้ววางไว้ที่ข้างเตียง“ลมตอนกลางคืนค่อนข้างแรงเจ้าห่มผ้าให้หนาหน่อย หากหนาวก็บอกให้ป๋ายจีจุดไฟให้”เขาออกคำสั่งอย่างอ่อนโยน หลงเทียนอวี้หยิบผ้าห่มขึ้นคลุมร่างของนาง“เพคะ”หลินเมิ้งหยาได้รับการดูแลด้วยความใส่ใจจากหลงเทียนอวี้จนเหม่อลอย นางไม่รู้ว่าควรตอบเขาเช่นไรเขาคือหลงเทียนอวี้ผู้เย็นชาคนนั้นจริงหรือ?“เรื่องในจวนลำบากเจ้ามามาก ข้ารู้ว่าหรูฉินยังมิรู้ความ แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นหลานที่หมู่เฟยรัก หากเจ้าสามารถไว้ชีวิตนางได้ก็ไว้ชีวิตนางเพื่อเห็นแก่หน้าหมู่เฟยเถิด”ร่างกายของหลินเมิ้งหยาแข็งทื่อ ความเจ็บปวดแล่นพล่านที่แท้เขาทำดีกับนางก็เพราะต้องการรักษาชีวิตของญาติผู้น้องคนนั้นนางซ่อนความผิดหวังในแววตา แม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็คงมองออกว่าธนบัตรใบนั้นเป็นของเจียงหรูฉิน“พระองค์วางใจเถิด หม่อมฉันจะปกป้องดูแลบ้านสกุลเจียงเอง ส่วนหรูฉิน หม่อมฉันจะไม่ทำร้ายนางอย่างแน่นอน”ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กแม้จะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นนางเองก็ควรเข้าใจแต่เพราะอะไรกันนะ เหตุใดนางจึงต้องรู้สึกโศกเศร้าเช่นนี้“อยากกินอะไร? ข้าจะบอกให้โรงครัวทำให้เจ้า”หลงเทียนอวี้เพ