นกงรู้สึกว่าน่าสนใจ”
ฮองเฮาส่งเสียงชมเชย
ทว่าหลินเมิ้งหยารู้สึกว่ามันมิใช่เรื่องธรรมดา นางคงมิได้มาด้วยตัวเองเพียงเพื่อเอ่ยปากชมประโยคเดียว
“ขอบพระทัยเหนียงเหนียง เฉินเซี่ยซาบซึ้งใจมากเพคะ”
สีหน้าของฮองเฮายังคงเหมือนเดิม
บางทีอาจเพราะฮองเฮาอยู่ที่นี่ ดังนั้น พวกฮูหยินและคุณหนูจึงถอดหน้ากากออก
งานเลี้ยงสวมหน้ากากที่เคยครึกครื้นจึงเงียบลง
ใบหน้าของไท่จื่อประดับไว้ซึ่งรอยยิ้ม
“หมู่โฮ้ว เอ๋อร์เฉินรู้สึกว่าตนเองมิควรอยู่ในที่นั่งฝ่ายหญิง ท่านคิดว่าข้าไปที่ตำหนักของน้องสามดีกว่าหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยารังเกียจสองแม่ลูกคู่นี้มากจนเกินจะพรรณนา
ทุกคนกำลังร่วมงานฉลองด้วยกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น แต่อยู่ ๆ สองแม่ลูกคู่นี้ก็โผล่มาทำลายบรรยากาศ
ตอนนี้งานเลี้ยงจึงไม่สนุกเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมา
“อืม ไปเถอะ”
สีหน้าของฮองเฮามิได้แสดงออกถึงความอารมณ์ดีหรือพึงพอใจ
ราวกับว่านางมิได้ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ป๋ายจียกน้ำชามาให้ ฮองเฮาชำเลืองมองนางเล็กน้อย ก่อนจะจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างาม
ทุกคนแทบยืนไม่อยู่ แม้แต่จะนั่งก็ไม่กล้า
ได้แต่ชะงักอยู่กับที่ หัวใจเต้นกระตุก
หากฮองเฮาจำพวกนางขึ้นมาได้ เกรงว่าจะต้องแย่แน่นอน
“ทำไมยืนอยู่เช่นนี้เล่า เปิ่นกงเห็นพวกเจ้าเล่นทายปริศนากันอย่างสนุกสนาน พวกเจ้าทายกันต่อไปเถิด เปิ่นกงเองก็มาเพื่อร่วมสนุกกับพวกเจ้าด้วย”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ฮองเฮาจึงเอ่ย
ทว่าแขกฝ่ายหญิงเหล่าน