็มาถึงหลังจากผ่านช่วงเวลาอาหารกลางวัน แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยมาแม้หลงเทียนอวี้กับไท่จื่อจะไม่แตกคอกัน แต่เพราะเขายังหนุ่ม อีกทั้งยังมีกำลังทางการทหารที่แข็งแกร่งยิ่งไปกว่านั้น หลงเทียนอวี้ยังแต่งงานกับคุณหนูสกุลหลิน ดังนั้นในสายตาของพวกขุนนาง เขาจึงเป็นคนที่มีความสำคัญค่อนข้างมากบ้านสกุลที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเหล่านั้นล้วนมาถึงอย่างรวดเร็วหนึ่งในนั้นคือสกุลเยว่“เยว่ฉีขอถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย ถวายคำนับพระชายา”หลังจากไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง รูปร่างของเยว่ฉีผอมลงมากใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ซูบตอบลง เห็นโครงหน้าอย่างชัดเจน ทว่า อุปนิสัยของนางกลับไม่ร่าเริงสดใสเหมือนแต่ก่อน“อืม มาแล้วสินะ เปิ่นกงรู้ว่าเจ้ากับเมิ้งหยามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไปเถิด ไม่ต้องมีพิธีตรีตรองมากมาย”“เพคะ ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณ”พระสนมเต๋อเฟยยังคงรู้สึกติดค้างเยว่ฉีอยู่เล็กน้อยทั้งนี้ทั้งนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบในการกระทำเหล่านั้นคือฮูหยินเยว่ส่วนเยว่ฉี นางรู้สึกว่าเด็กคนนี้เป็นคนจิตใจดีน่าคบหา ถึงอย่างไร ลูกสาวสกุลเยว่ก็ล้วนรู้ความ อีกทั้งยังมิเคยทำเรื่องไร้มารยาท“ฉีเอ๋อร์ ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีหรือไม่? ”เหตุเพราะเป็นนายหญิงของจวน ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงทำหน้าที่ต้อนรับแขกแต่นางกลับดึงตัวเยว่ฉีเอาไว้ข้างกาย อย่างแรกก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกับสกุลเยว่ อย่างที่สองก็เพื่อจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางคือผ