้งหยา“โอ้ว นี่พี่สะใภ้สามมิใช่หรือ ความงามของท่านมิเคยเป็นรองผู้ใดเลย”ท่ามกลางคนเหล่านั้น มีเพียงหลงชิงหานที่กล้าพูดจาล้อเล่นเช่นนี้กับหลินเมิ้งหยานางหยักยิ้ม หลินเมิ้งหยาเอ่ยอย่างมีมารยาท“ท่านอ๋อง ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว เชิญทุกท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมหน้ากากเถิด”ทุกคนแม้จะรู้กฎกติกาเป็นอย่างดี แต่ไม่รู้เลยว่าชายาอวี้ผู้นี้กำลังจะทำอะไรกันแน่“อืม เชิญทุกท่านเถิด”คนที่รออย่างมีความหวังยังมีหลงเทียนอวี้อีกคนตั้งแต่เด็กจนโต เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงมากมายนับไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้เมื่อเหล่าขุนนางพากันเดินตามเสี่ยวซีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตำหนักฉินหวู่อยู่ ๆ ร่างของป๋ายซูพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของหลินเมิ้งหยา“นายหญิง เป็นไปตามที่ท่านคาด มีคนต้องการเข้าไปในห้องของท่าน ตอนนี้ข้าไล่พวกเขากลับไปแล้ว”
“ท่านอ๋องมีความเห็นเช่นไรเพคะ? ”
คำพูดไม่กี่ประโยคของพระสนมเต๋อเฟยทำให้หลงเทียนอวี้แสดงสีหน้าอึดอัดหลินเมิ้งหยารีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดของทั้งคู่“ไม่มี”เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรราวกับสมองของนางมักมีความคิดแปลกประหลาดอยู่เสมอแม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าครู่ต่อไปนางจะทำอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้านาง กลิ่นไอของความลึกลับมักวนเวียนอยู่รอบตัวเสมอ“หม่อมฉันได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดของท่านอ๋องหรือเพคะ? ”นางก้มหน้าลง หลงเที