ึงเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อทำให้เหนียงเหนียงประหลาดใจเพคะ”ป๋ายจีตอบกลับด้วยความเคารพพระสนมเต๋อเฟยกับจิ่นเยว่สบตากัน พระชายาคิดจะทำอะไรแผลงๆ อีก?“โอ้? มีอะไรแปลกใหม่อย่างนั้นหรือ เจ้าลองพูดให้ข้าฟังที”พระสนมเต๋อเฟยหยักยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความดีใจ แต่เพราะหลินเมิ้งหยากำชับเอาไว้ ดังนั้นพวกนางจึงไม่กล้าพูด แต่กลับเชิญพระสนมเต๋อเฟยเสด็จไปดูด้วยตนเอง“ได้ เช่นนั้นเปิ่นกงจะไปดูเอง เจ้าเด็กคนนี้นับวันยิ่งซน”แม้จะเป็นแม่สามีลูกสะใภ้ แต่เมื่อเทียบกับลูกชายที่มักจะจริงจังกับทุกเรื่องแล้ว นางสนิทกับหลินเมิ้งหยามากกว่าเพียงเดินเข้าไปภายในตำหนักหลิวซิน กลับได้เห็นหลงเทียนอวี้โอบอุ้มหลินเมิ้งหยาอยู่ ทุกคนจึงยืนอึ้ง“ตกใจอะไรกัน? ”ร่องรอยของความเขินอายปรากฏขึ้นในดวงตาของจิ่นเยว่พวกคนรับใช้ไม่ควรได้เห็นท่าทางแสดงความรักระหว่างท่านอ๋องกับพระชายาเช่นนี้นี่มันเกิดเรื่องอะไรกัน“หมู่เฟย! รีบวางหม่อมฉันลงเถิดเพคะ”หลินเมิ้งหยาดิ้นหนีออกจากอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้ อันที่จริง นางกำลังแขวนของบางอย่างอยู่บนบันได แต่ใครจะรู้ว่านางจะตกลงมาคิดไม่ถึงเลยว่า หลงเทียนอวี้จะมารับได้ทันเวลามือแกร่งคว้าอุ้มร่างนางเอาไว้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้คิดไม่ถึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือริมฝีปากของทั้งสองประกบกันพอดีดังนั้นทุกคนจึงได้เห็นละครฉากนี้ตอนนี้แม้แต่หน้าของนางเองก็แดงก่ำ“ระวังหน่อย อย่าทำให้ตัวเองเจ็บอีก”ทั้งที่เป็นเพียงจุมพิตที่มิได