เมื่อคิดถึงตรงนี้ ร่องรอยของความเสียใจพลันปรากฏขึ้นในหัวใจของพระสนมเต๋อเฟยหากวันนั้นนางไม่หูเบาและยอมปล่อยให้ฮูหยินเยว่พาเยว่ถิงไปเกรงว่าหย๋าเอ๋อร์คงไม่เจ็บป่วยรุนแรงถึงเพียงนี้“พระชายาเห็นว่าท่านหลับไปแล้ว ดังนั้นจึงเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้พระองค์ด้วยตนเองเพคะ”ปรนนิบัติรับใช้มานานหลายปี จิ่นเยว่เข้าใจพระสนมเต๋อเฟยดีอันที่จริง วันนั้นพระสนมเต๋อเฟยอยากปกป้องเยว่ถิงทว่า ฮูหยินเยว่มีฮองเฮาคอยหนุนหลัง วันนั้นจึงมีนางกำนัลของฮองเฮาตามมาด้วยดังนั้น แม้จะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายแล้วพระสนมเต๋อเฟยก็จำต้องอนุญาตทุกคนคิดไม่ถึงเลยว่าฮูหยินเยว่จะใจคอโหดเหี้ยม นางไม่ยอมปล่อยลูกสาวตนเองไปง่ายๆดังนั้น ลึกๆ ในหัวใจแล้ว พระสนมเต๋อเฟยจึงรู้สึกผิดต่อหลินเมิ้งหยาและเยว่ถิง“ยกเข้ามาทั้งหมดนั่นแหละ ระวังหน่อย อย่าทำให้เหนียงเหนียงตื่น”หลินเมิ้งหยาส่งเสียงอ่อนโยน จากนั้นเหล่านางกำนัลก็ยกอาหารเข้ามาภายใน“พระชายา เหนียงเหนียงตื่นแล้วเพคะ”จิ่นเยว่เข้าไปบอกด้วยความประสงค์ดี หลินเมิ้งหยารีบเดินเข้าไป พร้อมทั้งส่งเสียงอ่อนหวาน“ถวายคำนับหมู่เฟย หลายวันมานี้ร่างกายของหย๋าเอ๋อร์ไม่แข็งแรง กลัวจะนำไข้หวัดมาแพร่ใส่หมู่เฟย ดังนั้นจึงมิได้มาถวายคำนับ หมู่เฟยได้โปรดลงโทษเมิ้งหยาด้วย”พระสนมเต๋อเฟยสำรวจสีหน้าของหลินเมิ้งหยา แต่นางกลับแสดงท่าทางประหนึ่งไม่เคยมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น อีกทั้งยังแสดงความอบอุ่นใจกว้างดังเดิมไร้ซึ่งคว