รรยากาศเงียบสงบในตำหนักยิ่งนักด้านหลังผ้าม่านรอบเตียง พระสนมเต๋อเฟยบรรทมอยู่บนเตียงใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะอาการปวดศีรษะนางกำนัลที่อยู่ข้างกายนวดท่อนขาเรียวสวยของนาง แต่ถึงกระนั้นนางกลับมิรู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อยกลิ่นหอมของไม้จันทน์ค่อย ๆ หายไป แต่กลับมีกลิ่นหอมเย็นสบายเข้ามาแทนที่ตอนแรกที่ได้กลิ่นแทบจะไม่รู้สึกอันใด แต่เมื่อยิ่งสูดดม สติสัมปชัญญะกลับยิ่งชัดเจนมากขึ้น“ออกไปเถิด ข้าจะดูแลเหนียงเหนียงเอง”เสียงอ่อนโยนอันแสนคุ้นเคยดังขึ้น พระสนมเต๋อเฟยตั้งใจปิดตาสนิทฝ่ามือนุ่มนิ่มส่งความรู้สึกอบอุ่นออกมา นวดคลึงบริเวณหน้าผากและท้ายทอยนวดคลึงแก้อาการบริเวณที่เจ็บปวด ไม่นานความเจ็บปวดก็จางหายไปกอปรกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่นานพระสนมเต๋อเฟยก็หลับสนิทกว่าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเวลากลางวันลืมตามองไปรอบห้อง นอกจากจิ่นเยว่และพวกนางกำนัลแล้ว นางไม่เห็นร่างของหลินเมิ้งหยา“เหนียงเหนียง ตื่นแล้วหรือเพคะ พวกเจ้ารีบเข้ามา พยุงเหนียงเหนียงลุกขึ้น”จิ่นเยว่รีบออกคำสั่ง พระสนมเต๋อเฟยมิได้หลับสนิทเช่นนี้นานมากแล้ว ดังนั้นอารมณ์ของนางจึงดีขึ้นมาก“หย๋าเอ๋อร์เล่า? ”แม้หมิงเยว่จะดีขนาดไหน แต่นางก็มิมีความเอาใจใส่ดั่งเช่นหย๋าเอ๋อร์ทุกครั้งที่เจ็บป่วย หย๋าเอ๋อร์สามารถแก้อาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของนางได้เสมอ
พวกเขาไม่สนใจว่างานเลี้ยงดำเนินไปถึงไหน หลงเทียนอวี้อุ้มหลินเมิ้งหยาเ