หลินเมิ้งหยาขยับปากเป็นรูปตัว “O” มองดูป๋ายซูที่กำลังเปลี่ยนรูปร่างของแท่งเหล็กกลับเป็นแหวนอีกครั้ง ก่อนจะสวมกลับลงบนนิ้ว
“คือว่า…ข้าเองก็เรียนมานิดหน่อยอย่างไม่ตั้งใจเจ้าค่ะ”ป๋ายซูหยักยิ้มถ่อมตัว เมื่อถูกสายตาเลื่อมใสของหลินเมิ้งหยาจ้องมอง นางจึงรู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย“สอนข้าหน่อยได้หรือไม่? ”แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนายหญิงซึ่งเป็นสตรีชนชั้นสูงต้องการเรียนวิชาสะเดาะกลอนแต่นี่ไม่น่าใช่เวลาพูดเรื่องนี้นี่นา“นายหญิง…เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลังเถิดเจ้าค่ะ”เมื่อถูกป๋ายซูส่งสายตาเตือน หลินเมิ้งหยาจึงนึกขึ้นมาได้ว่านี่หาใช่เรื่องที่ต้องทำในเวลานี้ไม่เปิดประตูห้องออก หลินเมิ้งหยากับป๋ายซูลอบเดินเข้าไปภายในยืมแสงจันทร์จากทางด้านนอกในการมอง หลินเมิ้งหยามองดูชายที่นอนอยู่บนเตียงอย่างละเอียดเหตุใดจึงเป็นเขา?งานเลี้ยงดำเนินไปกว่าครึ่งทาง ไท่จื่อกับชายารองตู๋กูส่งยิ้มทักทายแขกเหรื่อในงานหญิงสาวสวมใส่ชุดเสมือนนางกำนัลวิ่งเข้าไปในงานด้วยท่าทางตื่นตระหนก“แย่แล้ว แย่แล้ว ไท่จื่อเพคะ พระชายารอง เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้วเพคะ”ทันทีที่ได้เห็นนางกำนัลร้องเอะอะโวยวาย ดวงตาของไท่จื่อกับชายารองตู๋กูพลันเปล่งประกาย ราวกับกำลังรอดูอะไรสนุก ๆ“บังอาจ ไท่จื่อประทับอยู่ที่นี่ เหตุใดจึงร้องโหวกเหวกโวยวายเช่นนี้”ชายารองตู๋กูผู้เป็นนายหญิงของจวนรีบลุกขึ้นว่ากล่าวนางกำนัลคนนั้น“พระชายารองได้โปรดลงโทษหม่อมฉันด้วย หนู่ปี้