มือเล็กๆ ถือกล่องข้าวเล็ก ๆ เข้ามา ใบหน้าของป๋ายจื่อเผยความโศกเศร้าเล็กน้อย
ใต้ชายคาเรือน ป๋ายจีกับป๋ายซ่าวกำลังตากผ้านวมขนเป็ดอยู่“เป็นอะไรไป? หรือกินข้าวเช้าไม่อิ่ม? แต่ข้าเห็นเจ้ากินซาลาเปาไปห้าลูกเลยนะ”ป๋ายจีหัวเราะ หยิกแก้มเล็ก ๆ ของป๋ายจื่อ“นี่มันก็ห้าหกวันแล้ว แต่ท่านอ๋องไม่เคยมาดูอาการนายหญิงเลย ข้าอุตส่าห์พรรณนาแต่ความดีของท่านอ๋อง”“ชู่ เบาหน่อย หากนายหญิงได้ยินเข้าจะคิดมากเอาได้”ป๋ายซ่าวตีป๋ายจื่อเบา ๆ พลางเอ่ยกระซิบทั้งสามถอนหายใจพร้อมกัน หันไปมองทางประตูห้องของหลินเมิ้งหยา ส่ายหน้าทุกคนล้วนคิดว่าท่านอ๋องจะรักพระชายาจนมิอาจห่างหายแต่คิดไม่ถึงเลยว่านับตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ เวลาล่วงเลยไปกว่าหกวันแล้ว ทว่าท่านอ๋องกลับไม่เคยเหยียบเท้าเข้ามาที่ตำหนังหลิวซินกลับกัน องค์หญิงหมิงเยว่ไปถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟยทุกวันหลินเมิ้งหยายังคงเจ็บป่วย รักษาไม่หายดังนั้น พระสนมเต๋อเฟยจึงต้องดูแลงานในจวน เมื่อเป็นเช่นนี้ หมิงเยว่จึงเข้าไปช่วยให้คำแนะนำข้าทาสในเรือนล้วนคาดเดาว่าบางทีหมิงเยว่อาจเข้ามาเป็นชายารองของท่านอ๋องคนหัวไวจึงเริ่มแล่นเรือไปตามสายลม โดยการเข้าไปประจบสอพลอว่าที่เจ้านายคนใหม่แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่กล้าเมินเฉยพระชายาตัวจริง“ป๋ายซู ดอกเก๊กฮวยในสวนบานหรือยัง? ”หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองดูสวนด้านนอกทั้งยาที่หมอหลวงจ่ายให้ ทั้งยาขนานวิเศษที่หลินจงอวี้และชิงหูต่าง