“นายหญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
ป๋ายจื่อปวดใจอยากเข้าไปพยุงร่างหลินเมิ้งหยา ทว่ากลับถูกนางดันมือออกเบา ๆส่ายหน้า หลินเมิ้งหยายังคงยืดตัวขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย นางมิต้องการให้ผู้ใดเห็นสภาพที่ไม่น่ามองของตนเองหลังจากคุยกับพวกผู้อาวุโสจบแล้ว แข้งขาของหลินเมิ้งหยาเริ่มอ่อนแรงอีกครั้ง แต่นางยังคงพยายามเดินออกจากสุสานบรรพชนสกุลหลินด้วยตัวเอง“ข้าไม่เป็นไร ไปกันเถิด ไปบ้านสกุลเยว่”จัดการธุระทางฝั่งสกุลหลินเสร็จแล้ว แต่ฝั่งที่ต้องจัดการจริง ๆ คือฝั่งนั้นต่างหาก“เจ้าเด็กน้อย อย่าฝืนตัวเองไปเลย หากไม่ไหว ข้าจะพาคนไปขโมยร่างของเยว่ถิงมาเอง อย่าพยายามอีกเลย”แม้โสมจะช่วยทำให้ร่างกายของนางแข็งแรงขึ้น แต่ริมฝีปากกลับขาวซีดไร้สีเลือดนางส่ายหน้า ปฏิเสธความหวังดีของชิงหู“พี่เยว่ถิงต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความทุกข์ทรมานเพื่อข้าและท่านพี่ พอมาวันนี้นางตายไปแล้ว ข้าอยากทำให้นางเป็นสะใภ้ที่ถูกต้องตามประเพณีของสกุลหลิน”สำหรับนางแล้ว เยว่ถิงมิใช่เพียงคู่หมั้นของพี่ชาย แต่นางยังเป็นเพื่อนคนแรกของตนเองอีกด้วยในขณะที่นางกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน มีเพียงพี่เยว่ถิงที่คอยค้ำจุนและมอบความรักให้กับนางทว่าวันนี้ หญิงสาวผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีได้จากไปแล้ว โดยที่นางต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายมากมายในเมื่อยังไม่สามารถแก้แค้นแทนนางได้ เช่นนั้นนางจะขอมอบความหวังสุดท้ายของพี่เยว่ถิงให้เองกลับขึ้นไปบนรถ หลินเมิ้งหยาปิดตาสนิท หลังพิงผนังส