าวใช้และหลินจงอวี้จ้องมองนางด้วยความเป็นห่วง มีเพียงหลินเมิ้งหยาเท่านั้นที่รู้ว่าร่างกายของนางต้องฉวยโอกาสนี้พักผ่อนให้มากเท่าที่จะทำได้รถม้าแล่นไปบนถนนอย่างรวดเร็วราวกับกำลังบิน โชคดี หลินเมิ้งหยาได้มีเวลาพักผ่อนก่อนจะถึงบ้านสกุลเยว่บรรยากาศในบ้านสกุลเยว่เย็นยะเยือกยังไม่ทันจะถึงหน้าประตูบ้าน หลินเมิ้งหยาก็ลืมตาขึ้น“พี่สาว ข้าเข้าไปแทนท่านดีหรือไม่? ”หลินจงอวี้ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นท่าทางอ่อนแรงของหลินเมิ้งหยา จึงส่งเสียงขอร้องวิงวอนทว่า หลินเมิ้งหยาส่ายหน้าปฏิเสธซูเหม่ยหยุนจะต้องขัดขวางนางอย่างแน่นอน ดังนั้น นางจำเป็นต้องไปด้วยตนเองจวนสกุลเยว่ไร้ซึ่งแสงแห่งความรุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อนหน้าประตู โคมไฟสีขาวสองดวงทำให้บรรยากาศโศกเศร้าหลินเมิ้งหยาถอนหายใจ สั่งให้คนเปิดประตู“พี่หลินมาอย่างนั้นหรือ? พี่หลินเป็นอย่างไรบ้าง? ”เยว่ฉีที่กลับมายังจวนตัวเองแล้วสั่งให้คนเปิดประตูทั้งที่ดวงตาทั้งสองข้างยังแดงก่ำตัวนางเองรีบวิ่งไปที่รถม้าแล้วแหวกผ้าด้านหลังรถม้าออก“ข้าไม่เป็นไร จวนของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ”ส่งเสียงสงบนิ่ง แต่กลับทำให้เยว่ฉีร้องไห้ออกมา ราวกับนางได้เจอที่พึ่งแล้วอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะรีบเล่าเหตุการณ์ในจวนให้ฟัง“พี่หลิน ในที่สุดท่านก็มา ท่านพ่อกับท่านแม่ทะเลาะกันจนจวนแทบแตก ข้าไม่อาจห้ามพวกเขาได้แล้ว”หลังจากใต้เท้าเยว่รับรู้ข่าวการตายของเยว่ถิง ความเจ็บปวดถาโถมเข้าหาเขาทว่า ฮูหยินเย