ว่กลับไม่ยินยอมให้จัดงานศพ เหตุเพราะไม่อาจทนได้กับความอับอายฉะนั้น ร่างของพี่เยว่ถิงจึงถูกเก็บไว้ที่บ้านราวห้าวัน โดยยังไม่ได้รับข้อสรุป“ท่านพ่อโกรธจนล้มป่วย ท่านแม่จึงไม่กล้าหาเรื่องอีก แต่ยังคงห้ามมิให้คนในจวนแสดงความไว้อาลัยแก่พี่สาว”หลินเมิ้งหยาเพิ่งสังเกตเห็นว่านอกจากโคมไฟสองดวงด้านหน้าประตูแล้ว ทุกอย่างในจวนล้วนเป็นปกติเยว่ฉีสวมใส่เพียงเสื้อผ้าธรรมดา นางมิได้สวมใส่ชุดไว้อาลัยความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวซูเหม่ยหยุนตัวดี ผันตัวไปเป็นนกพิราบครองรังนกกางเขนยังไม่เท่าไร แต่นี่ยังทำให้พี่เยว่ถิงต้องตาย ซ้ำยังห้ามมิให้จัดพิธีไว้อาลัยแก่พี่เยว่ถิงอีกใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก“ข้าบอกแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรเยว่ถิงก็เป็นลูกสาวของข้า ข้ามิอาจปล่อยให้นางต้องจากไปอย่างน่าอดสูเช่นนี้”เมื่อเดินผ่านสวน พวกหลินเมิ้งหยาเดินมาถึงห้องไว้อาลัยของพี่เยว่ถิงยังไม่ทันจะเข้าไป เสียงแสดงความโกรธเกรี้ยวของใต้เท้าเยว่ดังลอดออกมา“ท่านพี่ ข้าทำทั้งหมดนี้ไปเพื่อจวนของพวกเรา ถิงเอ๋อร์เลือกวิธีการตายที่น่าอับอาย การที่เรายอมฝังร่างของนางก็นับว่าเราเมตตานางมากแล้ว หากเราทำพิธีให้เอิกเกริก คนภายนอกรังแต่จะหัวเราะเยาะ”เสียงของฮูหยินเยว่ไร้ซึ่งความเสียใจอย่างสิ้นเชิงอีกทั้งยังดูเหมือนกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเสียด้วยซ้ำหลินเมิ้งหยากำมือแน่น สตรีไร้ยางอาย! ถึงอย่างไรพี่เยว่ถิงก็เป็นหลานของนางมิใช่หร