งสามก็เริ่มตื่นตระหนกแม่ของหลินเมิ้งหยาเป็นคนฉลาดเฉลียวแน่นอนว่านางเป็นคนควบคุมดูแลบ้านสกุลหลินแม้แต่ทรัพย์สินของพวกเขาทั้งสามก็เป็นทรัพย์สินส่วนรวม แม่ของหลินเมิ้งหยารู้ดีที่สุด“ที่ร้านผ้าไหมถนนตะวันตก วันที่ยี่สิบแปดเดือนธันวาคม เงินในสมุดบัญชีส่วนรวมถูกเบิกไปสามร้อยยี่สิบตำลึงเพื่อซ่อมแซมบ้าน ที่ยุ้งข้าวถนนต้าเหลียง วันที่สามสิบเดือนพฤษภาคม มีการขอเบิกเงินสนับสนุนผู้ประสบภัยจำนวนห้าร้อยยี่สิบ…”“หยุด ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลเก่า แม้จะเปิดออกมาดูก็มิอาจหาหลักฐานได้”หลินฉงรีบร้องห้าม สีหน้าเย็นชา“ถูกต้อง พวกเราไม่อาจหาหลักฐานจากข้อมูลในสมุดบัญชีเก่าได้ อีกทั้งคงมิเคยมีใครไม่เคยทำความผิด แต่ว่า…ชีวิตคนเราไม่แน่นอน ใครจะรับประกันได้ว่าความลับจะไม่รั่วไหล ข้าคิดว่าคงไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่?”คำขู่ของหลินเมิ้งหยาทำให้สีหน้าของคนทั้งสามเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดาแต่เมื่อพวกเขาได้เห็นท่าทางมุ่งมั่นของหลินเมิ้งหยา เกรงว่า พวกเขาคงกลายเป็นปลาที่ติดเบ็ดนานแล้วเมื่อปรับอารมณ์ให้ใจเย็นลง สุดท้ายหลินเล่ยเป็นตัวแทนในการพูด“เมิ้งหยา เจ้าเป็นลูกสาวของสกุลหลิน หากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปและทำให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเสีย เกรงว่า เจ้าเองก็คงไม่มีหน้าให้แบกอีกต่อไป สู้พวกเรามาหาทางคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้กันดีหรือไม่? ”ในที่สุดก็เริ่มกลัวแล้วสินะ หลินเมิ้งหยาเก็บใบหน้าเย็นชาของตนเองเรื่