่องล้อเล่นแต่ว่าพระชายา…เฮ้อ หันไปชำเลืองมองร่างบางของพระชายา หากยังเป็นเช่นนี้ เกรงว่าพระชายาคงมิอาจมีชีวิตรอด“จะข่มขวัญผู้อื่นตรงนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา สู้เอาเวลามาคิดหาวิธีช่วยเจ้าเด็กน้อยยังจะดีเสียกว่า”เสียงเย็นชาดังขึ้น หมอหลวงผู้น่าสงสารหันหน้ามองชายหนุ่มสวมชุดขาวทางด้านหลัง เขาอดที่จะตัวสั่นไม่ได้เหตุใดคนของจวนอวี้แต่ละคนจึงเอาใจยากนัก“หมอหลวงใช่หรือไม่? หากรักษาเจ้าเด็กน้อยไม่ได้ ข้าจะเลาะเนื้อเจ้าออกมาให้สุนัขกิน”ทั้งที่ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน แต่ชายที่ชื่อชิงหูกลับมีสายตาเย็นชากว่าใครบนโลกร่างสูงโปร่ง โดดเด่น น่าเกรงขามเพียงได้เห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามิใช่คนที่จะสามารถเข้าไปยุ่งด้วยได้“เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่รีบหาวิธีช่วยพี่สาวของข้า หากทำไม่ได้ ข้าจะพาพี่สาวไปเอง”ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มสวมเสื้อสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น ทว่าใบหน้า ท่าทางความเป็นผู้ใหญ่มิได้ด้อยไปกว่าทั้งสองเลย“เอาล่ะ พวกท่านเลิกทะเลาะกันได้แล้ว คิดว่าทะเลาะกันแล้วนายหญิงจะตื่นอย่างนั้นหรือ?”ทั้งสามทะเลาะกันไม่หยุด ป๋ายซ่าวจึงเข้ามาร้องห้ามตั้งแต่วันที่พานายหญิงกลับมา พวกผู้ชายตรงหน้าทั้งสามทะเลาะกันไม่หยุดแม้จะรู้ว่าพวกเขาเป็นห่วงนายหญิง ทว่าอาการของนายหญิงทรุดหนักมากขึ้นทุกที ไม่มีใครไม่รู้สึกเป็นห่วงนาง“หมอหลวง ขอเพียงนายหญิงดื่มยาเข้าไปก็จะสามารถช่วยได้ใช่หรือไม่?”ราวกับป๋ายจื่อนึกอะไรขึ