ับชาติมาเกิดแน่นอน”เวลาเพียงครู่เดียว ของกินที่อยู่รอบๆ บริเวณนี้ถูกนางกินหมดแล้ว แม้แต่หลินเมิ้งหยาที่ได้ชิมเพียงน้อยนิดยังรู้สึกอิ่มเหตุใดเด็กคนนี้จึงอยากกินหมูกรอบอีก?“นั่นสิเจ้าคะ เจ้านี่หนา เดี๋ยวก็ท้องแตกตายหรอก”ป๋ายจีเคาะหน้าผากป๋ายจื่อ ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่างมา ปากของป๋ายจื่อยังไม่เคยหยุดขยับ“ไอหยา นายหญิง ตามใจข้าสักครั้งเถิด อีกอย่าง ข้ากินไม่มากเสียหน่อย”เบะปากน้อยใจเพราะกลัวว่าหลินเมิ้งหยาจะไม่เห็นด้วยทว่า สาวใช้อีกสามคนกลับส่งเสียงสูง“เจ้ากินไม่มาก? อย่าโกหกหน่อยเลยน่า เจ้าสามารถกินจนแทบจะเลียจานได้อย่างแน่นอน”เมื่อถูกเพื่อนร่วมงานว่ากล่าว ป๋ายจื่อจึงแสดงท่าทางน่าสงสารแลบลิ้น จับมือหลินเมิ้งหยาแล้วเขย่า“ก็ได้ เช่นนั้นพวกเราไปที่ฝูหรงโหลวกันเถิด พี่ชายทั้งสองเอาของกลับไปก่อนเถิด พวกเราจะไปรอพวกเจ้าที่ฝูหรงโหลว”หลินเมิ้งหยาออกคำสั่ง ทว่าองครักษ์ทั้งสองยังยืนยันที่จะไปส่งพระชายาถึงหน้าร้าน ก่อนจะรีบกลับจวนไปเงยหน้า บนแผ่นป้ายสีทองหน้าร้านเขียนอักษรสามตัวอย่างสวยงามดูเหมือนคนที่เขียนชื่อป้ายร้านจะมิใช่คนธรรมดาเดินเข้ามา ร้านมีขนาดกว้างขวาง ภายในมีโต๊ะสิบกว่าตัว เสี่ยวเอ้อร์คอยเช็ดโต๊ะเพื่อทำความสะอาดพื้นด้านล่างเองก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาด ไร้ซึ่งน้ำมันทันทีที่หญิงสาวทั้งห้าปรากฏตัว เสี่ยวเอ้อร์ที่สวมใส่ชุดสีเทารีบวิ่งมาต้อนรับ“โหยว เชิญลูกค้าด้านในก่อนขอรับ เพียงได้เห็นชุดที่พ