งโหลวดีหรือไม่? นายหญิงเจ้าคะ ข้าเดินมานานจนรู้สึกหิวแล้วเจ้าค่ะ”ลูบไล้หน้าท้อง ป๋ายจื่อยังมีหน้าพูดว่าหิวอีกหรือ?หลินเมิ้งหยาผงะ จ้องมองสาวใช้ตรงหน้า ยื่นมือเข้าไปหยิกแก้มของนาง ก่อนจะส่งเสียงบ่น“ข้าว่าเจ้าจะต้องเป็นผีหิวโหยกลับชาติมาเกิดแน่นอน”เวลาเพียงครู่เดียว ของกินที่อยู่รอบๆ บริเวณนี้ถูกนางกินหมดแล้ว แม้แต่หลินเมิ้งหยาที่ได้ชิมเพียงน้อยนิดยังรู้สึกอิ่มเหตุใดเด็กคนนี้จึงอยากกินหมูกรอบอีก?“นั่นสิเจ้าคะ เจ้านี่หนา เดี๋ยวก็ท้องแตกตายหรอก”ป๋ายจีเคาะหน้าผากป๋ายจื่อ ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่างมา ปากของป๋ายจื่อยังไม่เคยหยุดขยับ“ไอหยา นายหญิง ตามใจข้าสักครั้งเถิด อีกอย่าง ข้ากินไม่มากเสียหน่อย”เบะปากน้อยใจเพราะกลัวว่าหลินเมิ้งหยาจะไม่เห็นด้วยทว่า สาวใช้อีกสามคนกลับส่งเสียงสูง“เจ้ากินไม่มาก? อย่าโกหกหน่อยเลยน่า เจ้าสามารถกินจนแทบจะเลียจานได้อย่างแน่นอน”เมื่อถูกเพื่อนร่วมงานว่ากล่าว ป๋ายจื่อจึงแสดงท่าทางน่าสงสารแลบลิ้น จับมือหลินเมิ้งหยาแล้วเขย่า“ก็ได้ เช่นนั้นพวกเราไปที่ฝูหรงโหลวกันเถิด พี่ชายทั้งสองเอาของกลับไปก่อนเถิด พวกเราจะไปรอพวกเจ้าที่ฝูหรงโหลว”หลินเมิ้งหยาออกคำสั่ง ทว่าองครักษ์ทั้งสองยังยืนยันที่จะไปส่งพระชายาถึงหน้าร้าน ก่อนจะรีบกลับจวนไปเงยหน้า บนแผ่นป้ายสีทองหน้าร้านเขียนอักษรสามตัวอย่างสวยงามดูเหมือนคนที่เขียนชื่อป้ายร้านจะมิใช่คนธรรมดาเดินเข้ามา ร้านมีขนาดกว้างขวาง ภายในมีโต๊