“ท่านอ๋องมีความสามารถ จะต้องไม่เป็นไรอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ แม้จะยังไม่ได้รับข่าวดี แต่ก็ไร้ซึ่งข่าวร้าย นายหญิงกินอะไรสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ อย่าลืมสิเจ้าคะว่ายังมีคนจับตามองท่านอยู่”
ป๋ายจียกโจ๊กข้าวหอมมะลิเข้ามาด้วยตนเอง ก่อนจะเอ่ยเตือนหลินเมิ้งหยา เหตุเพราะทางฝั่งไท่จื่อยังคงไม่อยู่เฉย“ก็ใช่”หลินเมิ้งหยารับถ้วยโจ๊กไป ก่อนจะดื่มเล็กน้อยการแก้ไขปัญหาของไท่จื่อในครั้งนี้เต็มไปด้วยความขี้ขลาดขณะที่ถูกโจมตี คนที่เป็นถึงองค์ชายรัชทายาทกลับไม่สนใจไยดีประชาชน แต่กลับหนีเอาตัวรอด คนแบบนี้จะทำให้ผู้อื่นยอมพลีกายถวายชีวิตให้ได้อย่างไร?สมองของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย บางทีอาจใช้โอกาสนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหายได้ก็ได้ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังวางแผน ด้านนอกเกิดความวุ่นวายขึ้นแม้เขตพระราชวังแถบชนบทแห่งนี้จะไม่เล็ก แต่ห้องพักก็มีจำกัดเมื่อมาถึงที่นี่ ไท่จื่อใช้ห้องหับมากมายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เขาไม่แม้แต่จะสนใจผู้อื่นที่สิงกงแห่งนี้ นอกจากทหารที่ส่งไปช่วยพวกหลงเทียนอวี้แล้ว ทหารหลวงส่วนใหญ่ทำหน้าที่ดูแลอารักขาไท่จื่อแต่เพียงผู้เดียวทุกคนต้องลำบากลำบนหาทางเอาชีวิตรอดมายังที่นี่ตอนนี้ไม่เพียงไม่มีห้อง แม้แต่น้ำยังไม่มีให้ดื่ม ผิดกับไท่จื่อที่อยู่อย่างสุขสบายขณะเดียวกัน บางคนที่ค่อนข้างใจกล้าเริ่มส่งเสียงไม่พึงพอใจ“ไท่จื่อ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าคนเหล่านั้นจะเกลียดชังพระองค์เอาได้”ใต้เท้าจางยืน