ีวิตรอดยืนอยู่ข้างหลุม มองดูคนคุมบังเหียนผู้หยิ่งทะนงที่นอนตายอย่างอเนจอนาถ หลินเมิ้งหยาถอนหายใจนางก็บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา อย่าเข้ามาในเมื่อไม่เชื่อ แล้วนางจะทำเช่นไรได้?“นายหญิง เขาจะยังมีชีวิตรอดหรือไม่เจ้าคะ?”ป๋ายจื่อไม่กล้ามองดูในหลุม แม้นางจะคิดว่าคนผู้นี้สมควรตายก็ตามหลินเมิ้งหยากับป๋ายซูสบตากัน ก่อนจะเอ่ย“วางใจเถิด ตายแล้วล่ะ เย่ สั่งให้คนมากลบหลุมด้วย”“พ่ะย่ะค่ะ”ไร้ซึ่งเงาของตัวคน แต่กลับได้ยินเสียงตอบรับชัดเจน แม้แต่ป๋ายซูยังไม่รู้ว่าต้นเจ้าของเสียงอยู่ที่ใด“เก่งชะมัด ใช่ว่าใครจะอำพรางตัวเช่นนี้ได้”ป๋ายซูส่งเสียงชื่นชม ไม่ว่าเย่หรือชิงหูล้วนเป็นยอดฝีมือที่ยากจะพานพบ“เอาล่ะ อย่าได้อิจฉาเขาเลย การที่เด็กสาวอายุเช่นเจ้ามีฝีมือมากขนาดนี้ได้ก็น่าเกรงกลัวพอแล้ว”ป๋ายซูเป็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปีแต่เพียงเท่านั้น ทว่านางกลับสงบนิ่ง น่าพึ่งพิง ฝีมือยอดเยี่ยม เกรงว่าคนที่คอยหนุนหลังเสี่ยวอวี้อยู่จะต้องรู้สึกว่าพวกเขามิได้เลี้ยงคนเสียข้าวสุกอย่างแน่นอนทว่า เจ้าเด็กคนนั้นกลับยกป๋ายซูให้กับนางเสียได้กลับไปยังรถม้า ป๋ายซูตรวจสอบขึ้นๆ ลงๆ เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีปัญหา จึงหลีกทางให้หลินเมิ้งหยาและป๋ายจื่อขึ้นรถ“แต่ตอนนี้ไม่มีใครขับรถม้าเป็นเลย แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร?”ป๋ายจื่อหันไปมองหลินเมิ้งหยา ราวกับว่านายหญิงของตนเองทำได้ทุกเรื่องอย่างไรอย่างนั้นหลินเมิ้งหยาหัวเราะแห้งๆ ในโลกยุคปัจจุบัน