เขามีสถานะที่สูงส่งเกินกว่าจะหันมาสนใจ”หลินเมิ้งหยารู้อยู่แล้วว่าไท่จื่อเป็นคนเช่นไร เมื่อประสบปัญหา เขาหนีไวยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีกเหตุใดคนแบบนี้จึงได้เป็นว่าที่ฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นกันนะ?“จะว่าเช่นนั้นก็ใช่เจ้าค่ะ นายหญิงหิวหรือยังเจ้าคะ? อยากให้ข้าไปหยิบของกินบนรถม้ามาให้หรือไม่เจ้าคะ?”ป๋ายจื่อเอ่ยถาม ในช่วงเวลาคับขัน อย่าว่าแต่นางเลย แม้แต่หลินเมิ้งหยายังไม่มีเวลาแม้แต่จะจิบน้ำ“อีกไม่ไกลน่าจะถึงเขตพระราชวังแถบชานเมืองแล้ว ถึงที่นั่นแล้วค่อยว่ากัน”ที่เขตพระราชวังมีทหารหลวงจำนวนไม่น้อย ที่นั่นน่าจะปลอดภัย“จริงสิ ป๋ายจีกับป๋ายซ่าวพาองครักษ์ไปเพียงไม่กี่คนมิใช่หรือ? เหตุใดตอนนี้จึงไม่เหลือแม้แต่คนเดียวเล่า?”บริเวณรอบๆ สงบเงียบนานมากแล้วที่ไม่เห็นรถม้าวิ่งผ่าน บริเวณที่ดินเปล่าเปลี่ยวแห่งนี้มีเพียงหลินเมิ้งหยาและสาวใช้ กับคนคุมบังเหียนที่กำลังซ่อมล้อรถเท่านั้น“นั่นสิเจ้าคะ เช่นนั้นข้าลองไปถามคนคุมบังเหียนดูดีกว่า”ป๋ายจื่อเองก็รู้สึกประหลาดใจ พวกทหารองครักษ์ไม่มีทางละทิ้งหน้าที่ของตนเองอย่างแน่นอน แต่เพราะเหตุใดจึงไม่มีพวกเขาแม้แต่คนเดียว“ไม่ อย่าไป”หลินเมิ้งหยารู้สึกผิดปกติ จมูกของนางได้กลิ่นผิดแปลกประหลาดบางอย่างแอบบีบแขนของป๋ายซู ทั้งสามหันไปมองทั่วสารทิศ“พระชายา กระหม่อมซ่อมรถม้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้สามารถออกเดินทางต่อได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”คนคุมบังเหียนย่างสามขุมเข้ามา พร้อมทั้งส่งเสี