ยงเคร่งขรึม“องครักษ์เล่า? เมื่อครู่ยังตามพวกเรามาอยู่เลยมิใช่หรือ?”คนคุมบังเหียนก้มหน้าลง หลินเมิ้งหยามองไม่เห็นสีหน้าของเขาแต่นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ“พวกเขาหรือ? ไปรอท่านที่ด้านหน้าแล้ว ฉะนั้นท่านรีบเดินทางไปเถิด”คนคุมบังเหียนที่ก้มหน้าตลอดเวลาพลันเงยหน้าขึ้นใบหน้ากร้านโลกหยักยิ้มมีเลศนัยเพราะเหตุนี้นางจึงรู้สึกผิดปกติตลอดเวลา ที่แท้นักฆ่าก็แฝงตัวอยู่บนรถม้าของนาง“เจ้า…อย่าเข้ามานะ! ข้าขอเตือนเจ้า อย่าได้เข้ามา!”ป๋ายจื่อตื่นตระหนกรีบวิ่งเข้าไปยืนกำบังหลินเมิ้งหยา ก่อนจะส่งเสียงละล่ำละลัก“เหตุใดข้าจึงเข้าไปไม่ได้เล่า? หากข้าไม่เข้าไป แล้วใครจะส่งพวกเจ้าไปยังโลกหน้ากัน?”หญิงสาวทั้งสามขยับเท้าถอยหลังไปทางป่าทึบนักฆ่าคุมบังเหียนดึงของบางอย่างออกจากเอว ก่อนจะก้าวเข้ามาทีละก้าว“นายหญิง ที่มือของเขาคือไหมหิมะ เพราะเหตุนี้พวกเราจึงพบเพียงเส้นเล็กๆ เท่านั้น”ราวกับว่าป๋ายซูรู้จักของที่เขาถืออยู่ในมือ ดังนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกหลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะส่งนักฆ่าแปลกประหลาดเช่นนี้มาตกลงพวกเขาเกลียดนาง แค้นนางขนาดไหนกัน?“ข้าขอเตือนเจ้าอย่าได้เข้ามา มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลินเมิ้งหยาเดินขึ้นมาข้างหน้า ก่อนจะดันสาวใช้ทั้งสองหลบไปทางด้านหลัง เท้ายังคงขยับถอยหลังเข้าป่าไปเรื่อยๆ“ฮึๆ ชายาอวี้ อย่าได้คิดหนีเลย ข้าบอกเจ้าเลยแล้วกัน เจ้าต่างหากที่เป็