ฮูหยินจงตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลังจากผ่านฉากความเป็นความตายเมื่อสักครู่
ฉะนั้น หลินเมิ้งหยาที่อยากรู้เหตุการณ์จึงต้องปลอบโยนนางก่อนเป็นอันดับแรกมองใบหน้างดงามของชายาอวี้ อีกทั้งรอยยิ้มอ่อนโยนไร้ซึ่งเจตนาร้าย ฮูหยินจงละล่ำละลักเล่าให้เหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟัง“ตอนแรกหม่อมฉันกับท่านพี่นั่งคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยกันอยู่ข้างในรถม้า อยู่ ๆ ท่านพี่ก็เบิกตากว้าง ต่อมาข้าได้เห็นเลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกจากคอของเขา สุดท้ายเหตุการณ์ก็เป็นไปอย่างที่พวกท่านได้เห็น”เหตุการณ์ในครั้งนี้ประหลาดนักมิเช่นนั้น ฮูหยินจงคงมิมีท่าทางตื่นกลัวจนตัวสั่นเช่นนี้หลินเมิ้งหยาลูบบ่าของนางด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะรับผ้าห่มจากสาวใช้ของฮูหยินจงมาโอบรอบกายของนางไว้“พวกเจ้ายังมีรถม้าอีกหรือไม่? สั่งให้รถม้าอีกคันมารับฮูหยินจงไปนั่งที่นั่น”ฮูหยินจงตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลินเมิ้งหยาออกคำสั่งเสร็จ รถม้าคันหนึ่งวิ่งเข้ามาหยุดลงแม้จะไม่กว้างเท่ารถม้าคันนี้ แต่กระนั้นก็มิได้น่าเกลียดนัก“คอยปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินของพวกเจ้าให้ดี ส่วนศพของใต้เท้า รอกลับถึงเมืองหลวงก่อนค่อยทำตามประเพณี”สาวใช้ของสกุลจงรีบพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ การที่ชายาอวี้ปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือจัดการเช่นนี้ทำให้พวกนางวางใจมากขึ้น“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ”ป๋ายซูพยุงร่างหลินเมิ้งหยาลงจากรถม้าของสกุลจง เหลือบมองศพของใต้เท้าจงเล็กน้อย สุดท้ายนางแอบส่ายหน้าในความมืดกลับมายังรถ