ามป๋ายซู อีกฝ่ายครุ่นคิดก่อนจะตอบ“เคยได้ยินมาว่าเถาฮวาอู๋แบ่งนักฆ่าออกเป็นเซียนสี่ระดับ ระดับสูงสุดคือเทียนจื่อ ระดับต่ำสุดคือหวงจี๋ ถ้ามองจากฝีมือการต่อสู้ของข้า หากต้องเผชิญหน้ากับเซียนระดับเทียนจื่อ เกรงว่าจะต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มี”ป๋ายซูวิเคราะห์ด้วยความใจเย็น ทำให้หลินเมิ้งหยาเกิดความมั่นใจมากขึ้นนางเดาได้ว่านักฆ่าที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มองครักษ์จะต้องไม่ใช่ยอดฝีมืออย่างแน่นอนตอนที่เดินผ่านเหล่าองครักษ์ นางได้ยินเสียงสนทนาที่ว่าใต้เท้าเหล่านั้นตายลงด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไปทั้งถูกวางยาตาย ถูกอาวุธโจมตี ทั้งหมดล้วนทำอย่างลับๆ
มองใบหน้างดงามของชายาอวี้ อีกทั้งรอยยิ้มอ่อนโยนไร้ซึ่งเจตนาร้าย ฮูหยินจงละล่ำละลักเล่าให้เหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟัง
“ตอนแรกหม่อมฉันกับท่านพี่นั่งคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยกันอยู่ข้างในรถม้า อยู่ ๆ ท่านพี่ก็เบิกตากว้าง ต่อมาข้าได้เห็นเลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกจากคอของเขา สุดท้ายเหตุการณ์ก็เป็นไปอย่างที่พวกท่านได้เห็น”เหตุการณ์ในครั้งนี้ประหลาดนักมิเช่นนั้น ฮูหยินจงคงมิมีท่าทางตื่นกลัวจนตัวสั่นเช่นนี้หลินเมิ้งหยาลูบบ่าของนางด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะรับผ้าห่มจากสาวใช้ของฮูหยินจงมาโอบรอบกายของนางไว้“พวกเจ้ายังมีรถม้าอีกหรือไม่? สั่งให้รถม้าอีกคันมารับฮูหยินจงไปนั่งที่นั่น”ฮูหยินจงตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลินเมิ้งหยาออกคำสั่งเสร็จ รถม้าคันหนึ่งวิ่งเข้ามาหยุดลงแม้จะไม่กว้างเ