นเองได้พบเจอกับความตื่นเต้นมากมาย“ป๋ายซ่าวและป๋ายจีจงพาองครักษ์ของจวนออกไปแสดงความเสียใจและเอ่ยถามคนเหล่านั้นว่าคนที่พบเห็นเป็นคนสุดท้ายคือผู้ใด ข้ากำลังสงสัยว่าฆาตกรอาจจะกำลังแฝงตัวอยู่ในกลุ่มขององครักษ์เหล่านั้น พวกเราจะต้องสอบถามเงียบๆ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”ป๋ายซ่าวกับป๋ายจีสบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าออกมาอย่างลำบากใจ“องครักษ์ของเรามีไม่มาก หากพวกข้านำพวกเขาออกไปส่วนหนึ่ง เช่นนั้นความปลอดภัยของนายหญิงล่ะเจ้าคะ?”หลินเมิ้งหยากลับหยักยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะชี้ไปทางป๋ายซู“พวกเจ้ารู้อยู่แล้วว่านางคือองครักษ์ที่เสี่ยวอวี้มอบให้ข้า แต่คนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องนี้และคิดเพียงว่านางเป็นสาวใช้ประจำตัวของข้าเท่านั้น”คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ดวงตาของป๋ายซ่าวและป๋ายจีเบิกกว้างใช่แล้ว สิ่งที่พวกนางมองเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา มิได้เป็นเช่นนั้นในสายตาผู้อื่นอย่างเช่นชิงหูและป๋ายซู“เจ้าค่ะ พวกเราเข้าใจแล้ว ท่านรอฟังข่าวดีจากพวกเราได้เลย ป๋ายซูดูแลนายหญิงด้วย”ป๋ายซูพยักหน้าลง มือเล็กซ่อนใต้แขนเสื้อมีเพียงหลินเมิ้งหยาที่รู้ดีว่าป๋ายซูมีอาวุธติดตัวอยู่สองชิ้นชิ้นแรกคือกระบี่อ่อนที่นางคาดเอาไว้บริเวณเอว ส่วนอีกชิ้นคือกริชอาบยาพิษใต้แขนเสื้อดังนั้น นางจึงสามารถเดินหน้าเพื่อโจมตีและถอยร่นเพื่อปกป้องได้ในเวลาเดียวกันแม้จะอยู่ในรถม้าขนาดเล็กแต่ก็มิใช่ปัญหา“เจ้าเคยต่อกรกับนักฆ่าแห่งเถาฮวาอู๋หรือไม่?”หลินเมิ้งหยากระซิบถ