๋ายจีส่งยิ้มอ่อนโยน ใบหน้าเรียวเล็กเผยให้เห็นความอบอุ่น อยู่ๆ หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าใบหน้าที่เคยสงบนิ่งเคร่งขรึมของป๋ายจีกลับเผยให้เห็นความรู้สึกต่างๆ มากมายป๋ายซ่าวที่เคยมีความกล้าเสมอมา ตอนนี้เริ่มปรับตัวกับความหวาดกลัวได้แล้ว ในที่สุดนางจึงเผยความในใจออกมา“กลัวอะไรกัน ก็แค่หัวหลุดจากบ่า มิต่างอะไรกับชามแตกหนึ่งใบหรอก การได้อยู่ข้างกายนายหญิงทำให้ข้ารู้สึกว่าชีวิตของข้ามิได้เปล่าประโยชน์แล้ว”สาวใช้ทั้งสามสะกดความรู้สึกหวาดกลัวเอาไว้ในหัวใจ หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าพวกนางจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ส่งยิ้มให้สาวใช้ทั้งสาม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกมีพลังที่จะต่อสู้กับคนเหล่านั้นแล้ว“ดี ในเมื่อพวกเจ้าไม่กลัว เช่นนั้นพวกเรามาวางแผนจับกุมตัวฆาตกรเหล่านั้นกันเถิด”การหดหัวอยู่ในกระดองหาใช่อุปนิสัยของหลินเมิ้งหยาไม่ความตายของคนเหล่านั้น ทั้งอันตรายและน่าหวาดกลัวบางทีความตายของพวกเขาอาจเป็นการบีบคั้นให้ใครบางคนยอมจำนนอยู่ก็เป็นได้แต่หลินเมิ้งหยามิใช่คนที่จะยอมเชื่อฟังคำสั่งใครง่ายๆ“นายหญิงจะทำอะไรหรือเจ้าคะ?”ป๋ายจื่อรู้สึกตื่นเต้น แม้แต่ดวงตาของคนเคร่งขรึมอย่างป๋ายซูยังเปล่งประกายนางอยู่เคียงข้างหลินเมิ้งหยามาสักระยะหนึ่งแล้ว นางมักจะได้เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเสมอตอนนี้แม้แต่สาวใช้ที่ไร้ซึ่งวิทยายุทธ์ต่างก็กำลังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อนางคิดมาเสมอว่าการได้ติดตามคนเหล่านี้จะทำให้ต