ห็นเลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกจากคอของเขา สุดท้ายเหตุการณ์ก็เป็นไปอย่างที่พวกท่านได้เห็น”เหตุการณ์ในครั้งนี้ประหลาดนักมิเช่นนั้น ฮูหยินจงคงมิมีท่าทางตื่นกลัวจนตัวสั่นเช่นนี้หลินเมิ้งหยาลูบบ่าของนางด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะรับผ้าห่มจากสาวใช้ของฮูหยินจงมาโอบรอบกายของนางไว้“พวกเจ้ายังมีรถม้าอีกหรือไม่? สั่งให้รถม้าอีกคันมารับฮูหยินจงไปนั่งที่นั่น”ฮูหยินจงตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลินเมิ้งหยาออกคำสั่งเสร็จ รถม้าคันหนึ่งวิ่งเข้ามาหยุดลงแม้จะไม่กว้างเท่ารถม้าคันนี้ แต่กระนั้นก็มิได้น่าเกลียดนัก“คอยปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินของพวกเจ้าให้ดี ส่วนศพของใต้เท้า รอกลับถึงเมืองหลวงก่อนค่อยทำตามประเพณี”สาวใช้ของสกุลจงรีบพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ การที่ชายาอวี้ปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือจัดการเช่นนี้ทำให้พวกนางวางใจมากขึ้น“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ”ป๋ายซูพยุงร่างหลินเมิ้งหยาลงจากรถม้าของสกุลจง เหลือบมองศพของใต้เท้าจงเล็กน้อย สุดท้ายนางแอบส่ายหน้าในความมืดกลับมายังรถม้าของตนเอง สาวใช้อีกสามคนรีบวิ่งเข้ามาห้อมล้อม“นายหญิง ตกลงเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับใต้เท้าจงหรือเจ้าคะ?”ป๋ายจื่อหดคอเอ่ยถาม การถูกบั่นคอจนขาดสะบั้นเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่ากลัวยิ่งนัก“ป๋ายซู เจ้ามาดูนี่หน่อยว่ามันคือสิ่งใด?”หลินเมิ้งหยามิได้ตอบคำถามของป๋ายจื่อ กลับกัน นางคลายกำปั้นที่มือขวาออกภายในมีเส้นไหมบางๆ จนแทบจะมองไม่เห็นวางอยู่“นี่มัน…ไหมหิมะที่มีความเหนียว