้นเขาจึงมิได้สนใจนางเท่าไรนัก“ได้ เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน”ไท่จื่อรีบร้อนตอบตกลง หากเขาตัดสินใจผิด เกรงว่าชีวิตของตนเองอาจจะจบลงที่นี่ก็เป็นได้ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดรั้งหลินเมิ้งหยาเอาไว้นอกจากหลินเมิ้งหยาแล้ว ยังมีขุนนางอีกหลายคนกลับไปยังกระโจมประจำตระกูลของตนเองด้านหน้ากระโจมมีทหารองครักษ์ประจำตระกูลยืนเฝ้าไม่ไกลกันนั้น ทหารของวังหลวงยืนคุ้มกันรอบค่ายหลินเมิ้งหยายืนอยู่ที่เดิม สายตาทอดยาวนางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แต่นางไม่รู้ว่าความผิดปกตินั้นคืออะไรกันแน่กลับไปยังกระโจมของตนเอง ป๋ายซูจับตามองบริเวณรอบ ๆ หลังจากเห็นว่าหลินเมิ้งหยากลับมา นางจึงถอนหายใจ“นายหญิง ตอนนี้เหตุการณ์ด้านนอกวุ่นวายมากเลยเจ้าค่ะ นายน้อยสั่งให้หนู่ปี้พานายหญิงไปหลบยังที่ปลอดภัย”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าตนเองยังไม่เห็นแม้แต่เงาของหลินจงอวี้“เสี่ยวอวี้อยู่ที่ไหน? เขาปลอดภัยดีหรือไม่?”ท่ามกลางสถานการณ์ยุ่งวุ่นวายนี้ หลินจงอวี้อาจได้รับอันตรายก็เป็นได้ หลินเมิ้งหยากังวลเป็นอย่างมาก“นายหญิงวางใจเถิดเจ้าค่ะ ตอนนี้มีคนคุ้มกันนายน้อยอยู่ ไม่มีทางเกิดเรื่องอันใดกับนายน้อยอย่างแน่นอน”อันที่จริง ป๋ายซูยังมีอีกประโยคหนึ่งปกปิดไว้ในใจ การคุ้มครองเสมือนกักกันชั่วคราวเช่นนี้จะต้องทำให้นายน้อยโกรธเกรี้ยวอย่างแน่นอน“เช่นนั้นก็ดีแล้ว พวกเจ้าไปเก็บของก่อนเถิด อีกเดี๋ยวพวกเราจะต้องไปจากที่นี่แล้ว”นักฆ่าแห่ง