อความช่วยเหลือจากอาเป่ยเอง ไม่เป็นไรหรอก อย่าได้ตกใจไป”หลงเทียนอวี้ตบบ่าของหลินเมิ้งหยาเพื่อทำให้ร่างกายซึ่งกำลังแข็งทื่อของนางผ่อนคลายลง“ใช่ ข้าพูดกับเสด็จพ่อเรียบร้อยแล้ว ท่านเอ่ยว่าจะให้โอกาสพวกท่านหนึ่งคนเข้าไปพบ”ทั้งที่น้องชายของตนเองตายแล้ว ทว่าหูเทียนเป่ยกลับไร้ซึ่งความเสียใจยังคงส่งยิ้มเป็นปกติมาให้ ไร้ร่องรอยของความเจ็บปวด“ได้ ขอบพระทัยเพคะ”หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ทั้งสองเดินตามหลังหูเทียนเป่ยเข้าไปยังตำแหน่งตรงกลางซึ่งเป็นกระโจมของฮ่องเต้หมิง“เสด็จพ่อเอ่ยว่าจะพบพวกท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น ใครจะเข้าไป?”หลงเทียนอวี้ไม่อยากปล่อยให้หลินเมิ้งหยาเจอเข้ากับอันตรายใด ๆ หากฮ่องเต้หมิงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาและทำร้ายนางจะทำอย่างไร?“หม่อมฉันไปเอง”แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะชิงก้าวออกไปก่อน“ชายาอวี้ใจกล้ายิ่งนัก เช่นนั้นเชิญ”หูเทียนเป่ยคิดไม่ถึงเลยว่าหญิงสาวร่างเล็กผู้นี้จะใจกล้าเยี่ยงชายชาตรีแววตาเผยให้เห็นร่องรอยของความชื่นชม มือผายออกเชื้อเชิญร่างเล็กบอบบางในชุดสีดำเยื้องย่างเข้าไปในกระโจมของฮ่องเต้หมิง ดวงตาของหลงเทียนอวี้เผยให้เห็นความกังวล“ไม่เป็นไรหรอก ข้าว่าชายาของท่านมิใช่คนธรรมดาทั่วไป ไปเถิด ไปดื่มเหล้าที่กระโจมของข้ากัน จะได้ทำให้ร่างกายอบอุ่น”หูเทียนเป่ยหัวเราะแล้วพาหลงเทียนอวี้ออกไป ขณะเดียวกัน ร่างของหลินเมิ้งหยาพลันหายเข้าไปในกระโจมเพียงแหวกผ้าม่านออก กลิ่นเหล้าพวยพุ่งเข้ามาเตะจ