ทันทีที่เข้าประตูมา ได้เห็นท่านลุงเยว่นั่งอยู่บนเก้าอี้
ทั้งที่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ทว่าท่านลุงเยว่กลับแก่ลงมาก“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”เยว่ฉีวิ่งเข้าไปหาอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ ตอนนี้นางไม่ร้องไห้แล้ว“ฉีเอ๋อร์ พ่อไม่เป็นไร พี่สาวของลูกเป็นอย่างไรบ้าง?”ตั้งแต่เกิดเรื่องกับเยว่ถิง ท่านลุงเยว่ขังตัวเองไว้ในกระโจม ไม่ว่าข้างนอกจะซุบซิบนินทาเช่นไร แต่เขาเชื่อว่าลูกสาวของตนเองไม่มีทางทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้นแต่เวลามิอาจย้อนกลับ เขาเพียงรู้สึกว่าตนเองไม่มีหน้าไปพบใครที่ไหน“ท่านพี่นาง….นางไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พี่หลินดูแลนางอย่างดี คนของจวนอวี้ดูแลนางอย่างดีเจ้าค่ะ”เหลือบมองหลินเมิ้งหยา เยว่ฉีเก็บซ่อนสีหน้าเศร้าหมองของตนเองพี่หลินพูดถูก นางคือความหวังเดียวของท่านพ่อในตอนนี้ ดังนั้น นางจะต้องเข้มแข็ง นางจะไม่มีวันทำให้ใครหัวเราะเยาะสกุลเยว่ได้“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เจ้าออกไปก่อนเถอะ พ่อมีเรื่องอยากพูดกับชายาอวี้”เยว่ฉีพยักหน้าลง กลับออกไปอย่างว่าง่ายในกระโจมของสกุลเยว่เหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและท่านลุงเยว่“ท่านลุงเยว่วางใจเถิด หากพี่เยว่ถิงอยู่กับข้า นางจะไม่มีวันรู้สึกทุกข์ใจอีก”หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ ส่งเสียงปลอบโยนทว่า ท่านลุงเยว่กลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าแสดงออกให้เห็นถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง“ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้าเอง ความผิดของข้าเอง”เสียงสั่นเครือ เจือไว