ต้หมิงที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นจึงส่งเสียงหัวเราะดังลั่น“ช่วยไม่ได้ คนหนุ่มสาวต้องรู้จักความลำบากเสียบ้างจึงจะเติบโต เอาเช่นนี้แล้วกัน เปิ่นหวังนำเสือตัวหนึ่งมาจากซีฟาน เช่นนั้นนำมันมาเป็นสีสันในการออกล่าสัตว์ในครั้งนี้เถิด”ฮ่องเต้หมิงโบกมือ ชายร่างกำยำสี่คนเข้าไปยกกรงเหล็กขนาดใหญ่เข้ามาหลินเมิ้งหยาจ้องเขม็ง เสือตัวนั้นแข็งแรงมาก ทั้งที่อยู่ในกรง แต่กลับส่งเสียงคำรามน่าเกรงขามออกมาเสือตัวนี้ใหญ่กว่าชายร่างกำยำทั้งสี่ แม้จะถูกขังไว้ในกรง แต่มันยังคงหยิ่งทะนงมิยอมสยบต่อผู้ใดขนของมันเป็นสีขาวทั้งตัว มิมีสีอื่นใดปะปนเป็นเสือที่สวยมาก หลินเมิ้งหยานึกเสียดายในใจดังคำที่เอ่ยว่าพอเสือออกจากป่าก็ถูกสุนัขรังแก เหมาะกับสถานการณ์ในเวลานี้อย่างยิ่ง“คือ…คือว่า มันคงไม่ดีเท่าไร”ไท่จื่อจ้องมองเสือตัวนั้นด้วยท่าทางลังเลใช่ว่าทุกคนจะสามารถเอาชนะเสือตัวนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เสือแห่งซีฟานมิต่างอะไรจากเจ้าแห่งป่า มันมิเคยจำนนต่อสิ่งใด“ไม่เป็นไรหรอก แม้เสือตัวนี้จะร้ายกาจ แต่ในสายตาของวีรบุรุษแห่งซีฟาน มันเป็นเพียงแค่สัตว์ร้ายตัวหนึ่งเท่านั้น”คำพูดของฮ่องเต้หมิงเจือไว้ซึ่งการยั่วยุ สุดท้ายไท่จื่อต้องยอมจำนวน ฝืนใจพยักหน้าลงสายตาของหลินเมิ้งหยายังคงหยุดอยู่ที่เสือตนนั้น หลงเทียนอวี้รู้สึกประหลาดใจนางคงมิได้คิดว่าจะจับเสือได้ง่ายๆ หรอกกระมัง“ท่านอ๋อง หากต้องเผชิญหน้ากับมัน ท่านจะปล่อยมันไปได้หรือไม่?”เหนือคว