“เสือตัวนี้ดุร้ายมาก ตอนที่กระหม่อมนำคนไปจับตัวมัน กระหม่อมต้องเสียไพร่พลไปจำนวนมาก ไม่รู้วว่าใครจะมีความสามารถโค่นล้มมันได้”
หูลู่หนานพลันเอ่ยวาจาโอ้อวดขึ้นมา
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองเขาเล็กน้อย บุรุษผู้นี้หาใช่คนดีไม่ แม้แต่เสือท้องแก่ก็ยังไม่คิดปล่อยมันไป อีกทั้งยังพูดจาโอ้อวด มิรู้จักผิดชอบชั่วดี
“คิดไม่ถึงเลยว่าองค์ชายรองจะเป็นผู้จับเสือตัวนี้มาได้ องค์ชายรองกล้าหาญเหลือเกิน”
ไท่จื่อที่เพิ่งจะเปิดศึกแย่งสตรีกับองค์ชายรองเมื่อครู่รีบร้องชมหูลู่หนาน
หลินเมิ้งหยาสัมผัสได้ว่าชายทั้งสองเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
แม้คำพูดจะสวยหรูเสมือนญาติสนิทมิตรสหาย แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าสหายทั้งสองคนนี้เคยเกือบจะฟาดฟันกันมาแล้ว
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปตามปกติ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมิรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคำคุยโวโอ้อวดของพวกเขาเหลือเกิน
เหตุเพราะหลินเมิ้งหยายังคงจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกระโจมเล็กได้เป็นอย่างดี
“นายหญิง ท่านคิดว่าเสือตัวนั้นจะถูกใครจับได้หรือเจ้าคะ?”
ระหว่าทางกลับกระโจมที่พัก ป๋ายซ่าวเองก็รู้สึกสงสารเสือตัวนั้นไม่น้อย
เสือ เปรียบเสมือนจิตวิญญาณแห่งป่า มันคือเจ้าแห่งสัตว์ป่าทั้งหลาย มันไม่ควรต้องมาตายเพราะเงื้อมมือของเหล่าองค์ชาย
“ไม่ว่าใครจับได้ ล้วนน่าเสียดายทั้งสิ้น เช่นนั้นพวกเรามาคิดหาวิธีกันจะดีกว่า”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ดวงตาของสาวใช้ทั้งสองเปล่งประกาย ถ้าหากสามารถปล่อยเสือออกไปได้ ก็นับว่า