เกรงว่าจะไม่คุ้มเอาเสียเลย ไท่จื่อคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”คำพูดของชายารองตู๋กูดึงสติของไท่จื่อกลับมาเมื่อครู่เขาถูกหูลู่หนานยั่วยุให้โกรธเกรี้ยวเมื่อหวนนึกถึงพันธสัญญาที่สร้างร่วมกันเมื่อไม่นานมานี้ ความต้องการที่มีต่อหลินเมิ้งหยาลดลงค่อนข้างมากแต่ถ้าถูกคนตัดหน้าไปกลางทาง เกรงว่าเขาเองก็ไม่มีหน้าที่จะเดินต่อเช่นกันแม้สีหน้าเคร่งขรึม ทว่าสายตามิได้อาฆาตมาดร้ายเหมือนอย่างตอนแรก“พวกเจ้าวางแผนได้ดีนี่ มองข้าเป็นเพียงสิ่งของ ไม่คิดจะเอ่ยถามความเห็นจากข้าเลยหรือ?”หลินเมิ้งหยารู้สึกอยากหัวเราะออกมาดังๆ เหตุใดคนพวกนี้จึงคิดว่าจัดการนางได้อยู่หมัดแล้วกันนะ?ทั้งไท่จื่อและหูลู่หนานล้วนโง่เขลากันทั้งคู่เพื่อสตรีเพียงคนเดียว พวกเขากล้าทำเรื่องผิดศีลธรรม คนแบบนี้จะปล่อยให้มีอำนาจได้อย่างไร“ฮึ ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ เหตุใดจะต้องถามหาความเห็นจากเจ้าด้วยเล่า?”หูลู่หนานไม่กังวลเลยว่าสตรีผู้นี้จะหนีออกไปได้ ก่อนมาที่นี่เขาสังเกตเห็นว่ามีองครักษ์เฝ้าอยู่มากมาย อย่าว่าแต่สตรีตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวเลย แม้แต่ตนเองยังหนีออกไปได้ยาก“พวกท่านคนหนึ่งเป็นถึงไท่จื่อ อีกคนเป็นองค์ชายรองแห่งซีฟาน ส่วนข้าคือชายาอวี้แห่งต้าจิ้น หรือพวกเจ้าคิดว่าจะสามารถทำให้ข้าหายไปได้อย่างง่ายดาย?”หลินเมิ้งหยาเอ่ยเสียงนิ่งสงบ ทั้งสามคนเริ่มรู้สึกหวั่นใจคนที่ได้เคยรู้จักนางมาก่อนต่างรู้ดีว่าชายาอวี้เจ้าเล่ห์มากถึงเพียงใดถ้าหาก