ลินเมิ้งหยาหัวเราะ ทันทีที่ริมฝีปากแตะขอบแก้วก็รีบส่งเสียงออกมา“คำพูดคำจาของเจ้าทำให้พี่สาวคนนี้ชื่นชอบยิ่งนัก หากน้องหญิงมิรังเกียจ ต่อจากนี้ไปพวกเรามาสนิทสนมกันให้มากขึ้นกว่านี้เถิด”คำพูดของชายารองมีเลศนัย หลินเมิ้งหยาร้องเตือนตัวเองในใจคำพูดเช่นนั้นควรพูดกับหญิงสาวที่คอยรับใช้ไท่จื่อจึงจะถูกต้อง นางเป็นชายาอวี้ เหตุใดจึงพูดกับนางเช่นนี้“ขอเพียงชายารองตู๋กูไม่รังเกียจ เมิ้งหยาจะให้ความเคารพพระองค์อย่างแน่นอนเพคะ”มิรู้ว่าเพราะเหตุใด นางรู้สึกได้ว่ารอยยิ้มของชายารองตู๋กูมิได้ประสงค์ดีเลยแม้แต่น้อยนางควรรีบกลับไปหาหลงเทียนอวี้“เหนียงเหนียง ท่านอ๋องยังต้องการให้หม่อมฉันคอยดูแล หม่อมฉันคงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนได้นานนัก ขอทูลลาก่อนเพคะ”หลินเมิ้งหยาถวายคำนับ คิดอยากออกไปจากกระโจมหลังนี้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เดินถึงหน้าประตู อยู่ๆ จะถูกทหารองครักษ์เข้ามาจับตัวไว้“เหตุใดต้องรีบร้อนขนาดนี้เล่า? อยู่ดื่มเหล้ากับข้าสักสองสามจอกมิได้หรือ?”น้ำเสียงชายารองตู๋กูเย็นยะเยือก ใบหน้าไร้ซึ่งความโอบอ้อมอารีจ้องมองดวงตาของหลินเมิ้งหยา รู้สึกสงสารเล็กน้อย แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือรู้สึกสะใจเสียมากกว่า“ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”หลินเมิ้งหยายังไม่อยากฉีกหน้าฝ่ายตรงข้าม เหตุเพราะตัวนางอยู่เพียงลำพังคนเดียว“ข้าหมายความว่าอย่างไร? พระชายาอวี้มิเข้าใจหรือ? นับตั้งแต่วันที่ไท่จื่อได้เห็นเจ้า พระองค์เฝ้าพร่ำเพ้