เพียงได้ยินก็รู้ได้ว่าเขาเป็นคนสามารถพึ่งพาอาศัยได้หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง หากมีเย่อยู่ ตำหนักของนางจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน“ดี เช่นนั้นข้าก็วางใจ”เมื่อคิดๆ ดู หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าหากปล่อยพระสนมเต๋อเฟยอยู่ที่จวนเพียงคนเดียวจะต้องเหงามากอย่างแน่นอน ดังนั้นนางที่เป็นสะใภ้ควรเข้าไปถวายคำนับ“เข้ามา ไปตำหนักหยาเสวียน”เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียว เวลาผ่านไปแล้วถึงสองวันเมื่อถึงรุ่งสาง หลินเมิ้งหยาที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วพาสาวใช้ทั้งสี่และหลินจงอวี้ออกจากประตูไป“ทูลพระชายา ท่านอ๋องตามไท่จื่อและองค์รัชทายาทล่วงหน้าไปก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวซีคนหนึ่งเข้ามากราบทูลหลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง“ดี ข้ารู้แล้ว ออกเดินทางได้”“ไป”หลินขุ๋ยติดตามหลงเทียนอวี้ไป พ่อบ้านเติ้งติดตามหลินเมิ้งหยารถม้าหรูหราสง่างามโลดแล่นบนถนนใหญ่ ปรากฏเป็นภาพเบื้องหลังอันสวยงามราษฎร์พากันออกมาดูความสวยงาม“นายหญิง ไม่มีคนอยู่เฝ้าตำหนักเช่นนี้จะไม่เป็นอะไรจริงหรือเจ้าคะ?”ป๋ายจีที่มักสงบนิ่งตลอดเวลารู้สึกดีใจที่ได้ออกมาเที่ยวทุกครั้งนางจะต้องอยู่เฝ้าตำหนัก แต่ครั้งนี้ตำหนักกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน นางกังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น“จะเกิดอะไรได้เล่า? วางใจเถิด ข้าเตรียมการเอาไว้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เกรงว่าการเดินทางในครั้งนี้มิได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น”ชิงหูปะปนอยู่กับเหล่าองครักษ์เพื่อคุ้มครองอารักขาหลินเมิ้งหยาบนรถม้า