เสียงเจ้าอารมณ์ดังขึ้นขัดบทสนทนาของทั้งสอง หลินเมิ้งหยาเงยหน้า ก่อนจะได้เห็นเด็กสาวสวมใส่ชุดสีเหลืองไข่ยืนอยู่
เด็กสาวอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี บนผมติดดอกไม้หลายดอก
ขนคิ้วคล้ายกับเยว่ถิง ทว่ากลับดูเป็นคนเจ้าอารมณ์
เยว่ถิงรีบเข้าไปดึงตัวของน้องสาว ถลึงตาใส่นางหนึ่งครั้ง แต่ถึงกระนั้นแววตาก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความรักและเอ็นดู
“นี่คือน้องสาวของข้าเยว่ฉี เสี่ยวฉี หยาเอ๋อร์คือชายาของท่านอ๋องอวี้ อย่าได้เสียมารยาท”
หลินเมิ้งหยามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า รูปร่างผอมบาง แต่หาใช่คนหัวอ่อนไม่
นางมีความร่าเริงสดใสกว่าตนเองหลายเท่า แม้จะเป็นเด็กสาวเจ้าอารมณ์ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเกลียด
“ท่านพี่เอ็นดูนางยิ่งกว่าข้ามาก ข้าเป็นน้องสาวของท่านนะ!”
ที่แท้เด็กสาวโกรธเคืองเพราะหึงหวงพี่สาวตนเอง หลินเมิ้งหยาแอบยิ้ม เหตุเพราะเยว่ถิงเข้ามาพูดคุยกับตนเองอย่างสนิทสนม ดังนั้นเด็กคนนี้จึงไม่พอใจ
“ไร้สาระ มานี่สิ พี่จะพูดกับเจ้าสักสองสามประโยค”
เยว่ถิงหัวเราะเป็นเชิงขอโทษหลินเมิ้งหยา ก่อนจะดึงร่างของเยว่ถิงไปทางด้านหลัง
ได้สดับรับฟังเพียงสองสามประโยค มิรู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ขอบตาของเยว่ฉีพลันแดงก่ำ
นางสาวเท้าเล็กๆ วิ่งเข้ามา ก่อนจะจับมือของหลินเมิ้งหยาพลางเอ่ยขอโทษ
“ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ เลย พี่หลินอย่าได้โกรธเคืองข้าเลยนะเจ้าคะ”
บางทีเยว่ถิงอาจเล่าเรื่องราวของนางในสมัยก่อนให้เ